posttoday
ยั่งเสี่ยงขาลงอยู่..แนะซื้อหุ้นปันผลแทน

ยั่งเสี่ยงขาลงอยู่..แนะซื้อหุ้นปันผลแทน

25 พฤศจิกายน 2553

...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวผันผวน มีช่วงขึ้นและลงแรง โดยปัจจัยที่เคยกังวลกันในฝั่งของยุโรปหรือทางฝั่งของจีน คลี่คลายลงไปได้บ้าง แต่โดยรวมยังมีความกังวลยังคงปกคลุมตลาดอยู่บ้าง โดยทางการไอร์แลนด์ตกลงรับความช่วยเหลือของ EU/IMF แล้วในวงเงินขอความช่วยเหลือเท่ากับ 8.5 หมื่นล้านยูโร แต่รัฐบาลประกาศเลือกตั้งใหม่หลังผ่านร่างงบประมาณ

ทางด้านฝั่งจีนได้ปรับเพิ่มอัตราสำรองธนาคารพาณิชย์แทนการขึ้นดอกเบี้ย ถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ย แต่โดยรวมก็เป็นมาตรการที่ลดสภาพคล่องของตลาดเพื่อควบคุมระดับราคา ผ่านทางการคุมสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังปรับตัวลง

ส่วนปัจจัยภายในไทยนักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดขายสุทธิต่อเนื่อง ในขณะที่นักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมาขายสุทธิครั้งแรกในรอบสัปดาห์ในวันพุธ 1,400 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่อง

ปัจจัยที่กำหนดทิศทางการลงทุนในสัปดาห์นี้ ปัจจัยหลักยังคงเป็นค่าเงินดอลลาร์ หากมีความเสี่ยงใหม่ๆ เกิดขึ้น ดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่า สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมีโอกาสปรับตัวลง ในขณะที่หากปัญหาในยุโรปคลายกังวลดอลลาร์จะมีช่วงอ่อนค่าลงได้ โดยในมุมมองของเราประเมินว่า ในช่วงสั้นค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก ส่วนหนึ่งจาก CDS สเปรดของประเทศขนาดเล็กในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกส หรือกรีซ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งล่าสุด S&P ปรับลดอันดับเครดิตของไอร์แลนด์ลงสู่ A จาก AA ลดลง 2 ขั้น ส่วนมูดี้ส์ เตือนว่าอาจจะลดอันดับความน่าเชื่อถือของไอร์แลนด์ เราคาดว่าจะเห็นการลดอันดับของมูดี้ส์ในไม่ช้านี้ และจะส่งผลต่อสถาบันการเงินที่มีพันธบัตรไอร์แลนด์ให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มหากถูกลดอันดับลงทำให้ในช่วงสั้นความไม่แน่นอนของภาวะหนี้ในยุโรปจะยังเป็นปัจจัยที่ปกคลุมตลาดอยู่

ในขณะที่การแข็งค่าของดอลลาร์ยังได้รับผลกระทบ จากการรับรู้ผลกำไรของผู้จัดการกองทุนที่มีการ Cover Short ดอลลาร์ หลังจากที่ Short ดอลลาร์มาในช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงใกล้รายงานผลการดำเนินงานของผู้จัดการกองทุนในช่วงสิ้นปี ทำให้มีการรับรู้ผลกำไร ซึ่งทั้งสองปัจจัยยังส่งผลให้ดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้นอยู่ และอาจเป็นตัวกระตุ้นเงินไหลออกจากเอเชียและไทยให้เร็วขึ้น จากแนวโน้มค่าเงินบาทและค่าเงินเอเชียที่กลับมาอ่อนค่า

ทางฝั่งสหรัฐรายงานผลการประชุมเฟด (Minutes of FOMC Meeting) ในการประชุมวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายงานว่าคณะกรรมการมีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยได้มีการปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ลงมาที่ 2.42.5% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 33.5% ในขณะที่ปีหน้าคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 33.5% ซึ่งในตอนนี้ตลาดเริ่มมีการคาดการณ์ไว้บางส่วนแล้วว่าอาจจะมี QE3 ออกมาเนื่องจากคาดว่า QE2 ยังไม่สามารถแก้ไขเศรษฐกิจสหรัฐได้ แต่อย่างไรก็ตามเราประเมินว่าในตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึง QE3 เนื่องจากโดยปกติต้องรอดูผลของนโยบายทางการเงินซึ่งปกติต้องใช้ระยะเวลา 612 เดือนในการติดตามผล การพูดเรื่อง QE3 ในขณะที่เพิ่งออกมาตรการไปไม่ถึงเดือนน่าจะเร็วเกินไปสำหรับผู้กำหนดนโยบาย

ทางด้านเทคนิค ตลาดแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อรอสัญญาณเบรกขึ้นหรือลง โดยตลาดมีแนวรับที่ 997 จุด หากอ่อนตัวลงต่ำกว่ามีโอกาสปรับตัวลงเพื่อทดสอบแนวรับถัดไปที่ 980 จุด และหากลงหลุด 980 จุด อีกจะเปลี่ยนทิศทางในระยะกลางที่เป็นการแกว่งตัวขึ้นมาตลอดเป็นการแกว่งตัวลงทันที โดยมีเป้าหมายการปรับตัวลงอย่างน้อยๆ อยู่ที่บริเวณ 950 หรือ 920 จุด

ส่วนในประเทศ ข่าวความเสียหายของการรั่วไหลของน้ำมันในแหล่งมอนทาร่า กลับมาเป็นกังวลอีกครั้งหลังจาก รมว.พลังงานออสเตรเลีย พูดถึงการยกเลิกสัมปทานที่ให้กับ PTTEP ส่งผลให้ราคาหุ้น PTT PTTEP ปรับตัวลงแรง ซึ่งในเบื้องต้นทาง PTTEP มีการตั้งสำรองแล้ว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากมีความเสียหายมากกว่านี้จะเป็นผลลบต่อราคา โดยในกรณีเลวร้ายที่สุดถึงขึ้นยกเลิกสัมปทานมูลค่า PTTEP จะหายไปประมาณ 17 บาทต่อหุ้น ซึ่งต้องติดตามผลสรุปอย่างเป็นทางการก่อน

โดยสรุป คือ ในระยะสั้นคาดว่าตลาดยังคงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะหากหลุดแนวรับใหญ่ที่บริเวณ 997 จุดลงมาอีก เราแนะนำให้ลดพอร์ตในหุ้นใหญ่ และเข้าซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับตัวลงของราคา ซึ่งได้แก่ หุ้นปันผล เนื่องจากยิ่งราคาปรับตัวลงมากจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง โดยหุ้นปันผลที่ทาง KGI แนะนำได้แก่ TMT คาดว่าจะจ่ายปันผล 0.5 บาทคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 8.7% หรือหุ้นอื่นอย่าง DCC, MODERN, GLOW และ CPNRF เช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ