posttoday
บจ.มีคุณภาพเข้มข้นขึ้น...แต่ยังต้องเพิ่ม

บจ.มีคุณภาพเข้มข้นขึ้น...แต่ยังต้องเพิ่ม

25 พฤศจิกายน 2553

...พณิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้เผยแพร่ผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) เป็นประจำทุกปี และในปี 2553 นี้ ภาพรวมคะแนนของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉลี่ยได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 80% จากจำนวน 480 บริษัท เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับปี 2551 อยู่ที่ 75% ซึ่งมีจำนวน บจ. สำรวจใกล้เคียงกัน 448 บริษัท

“ชาญชัย จารุวัสตร์” กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ระบุว่า ในปีนี้พบว่าจำนวนบริษัทที่มีระดับดีเลิศ คะแนน 90% ขึ้นไป หรือ 5 ดาว เพิ่มเป็น 70 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 15% สูงกว่าปี 2551 มีเพียง 22 บริษัท หรือคิดเป็นสัดส่วน 5%

สำหรับการสำรวจในปี 2553 ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการโครงการกำหนดขึ้นรวม 132 ข้อ อิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Cooperation and DevelopmentOECD) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 5 หมวด

คือ 1.สิทธิของผู้ถือหุ้น 2.การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน 3.การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย 4.การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และ 5.ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

ทั้งนี้ บจ.ที่ได้คะแนนสูงสุดในหมวดสิทธิของผู้ถือหุ้น ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ย 91% แต่หากเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยรายหมวดของผลสำรวจในปี 2553 กับปี 2551 จะพบว่ามีพัฒนาการดีขึ้น ยกเว้นการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่าเดิม คือ 88%

สำหรับหมวดการคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ แม้จะมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 74% จากปี 2551 อยู่ที่ 68% แต่มีคะแนนเฉลี่ยน้อยกว่าหมวดอื่น ขณะที่หมวดความรับผิดชอบของคณะกรรมการได้เพิ่มขึ้นจาก 57% เป็น 63%

“สรรเสริญ นิลรัตน์” ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้หยิบยกประเด็นความรับผิดชอบของกรรมการขึ้นมาในงานเสวนา “CGR กับการพัฒนาศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทย” ว่า จากการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ บจ. ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คะแนนในเรื่องความรับผิดชอบของคณะกรรมการนั้นได้คะแนนต่ำที่สุดจากการสำรวจ 5 ข้อ

โดยมีตัวอย่างให้เห็นว่าเมื่อกรรมการอิสระของบริษัทพบรายการที่ไม่เหมาะสมไม่เห็นด้วยก็จะมีการแก้ปัญหาโดยการลาออกจากการเป็นกรรมการโดยไม่แก้ไขให้ถูกต้อง และเมื่อแจ้งการลาออกนั้นไม่ได้ระบุถึงสาเหตุของการลาออก

ส่วนตัวเห็นว่าจากนี้เมื่อกรรมการอิสระลาออก ควรจะแจ้งเหตุผลให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทราบ เพื่อให้บุคคลใหม่ที่เข้ารับตำแหน่งแทนทราบถึงปัญหาและพร้อมเข้ามาจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น นับเป็นการรักษาผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นและบทบาทความรับผิดชอบของกรรมการ

ทางด้าน “ชายน้อย เผื่อนโกสุม” ผู้แทนจากสมาคมบริษัทจดทะเบียน กล่าวว่า กรณีบริษัทจดทะเบียนได้รับคะแนนทางด้านธรรมาภิบาลระดับสูงๆ สามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการระดมทุนได้ ไม่เพียงแต่ในตลาดหุ้นเท่านั้น ยังสามารถนำไปอ้างอิงในการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้อีกด้วย

“ผมเคยทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. แม้ว่าทางกลุ่มจะไม่เคยเพิ่มทุนจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่สามารถนำตัวเลขเหล่านี้ไปอ้างอิงกับการขายหุ้นกู้ได้ ทำให้บริษัทใหญ่ๆ ให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลเต็มที่ และเป้าหมายหลักแล้วอยากเห็นบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดมีคุณภาพเดินไปในทิศทางเดียวกัน”

ตัวแทนจากสมาคมบริษัทจดทะเบียนยังได้เสนออีกว่า ทางตลาดหลักทรัพย์และสำนักงาน ก.ล.ต.ควรมีแนวทางหรือออกมาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลให้มาก ไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยมีบทลงโทษ

ขณะที่ วสันต์ เทียนหอม ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้กฎหมายที่มีอยู่เพื่อสร้างแรงผลักดันให้ผู้เกี่ยวข้องใน บจ. เกิดธรรมาภิบาลนั้น ถือว่าใช้ได้พอควร แต่ทางด้าน บจ.เองต้องนำไปปฏิบัติด้วย เพราะหากสามารถเกิดขึ้นในทางปฏิบัติจะช่วยให้คะแนนในการประเมินผลทางด้านธรรมาภิบาลขยับสูงขึ้นได้

เช่น ใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และเสนอชื่อบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการ แต่ทางปฏิบัติทำได้จริงเพียงไหน

“วิวรรณ ธาราภูมิ” นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะผู้ลงทุน หลักในการเลือกลงทุนจะพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนเป็นลำดับแรก และอีกด้านจะพิจารณาคุณสมบัติผู้บริหารประกอบ

ทั้งนี้ จากการสำรวจพอร์ตลงทุนหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พบว่า ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับดาว 45 ดาว ไม่ต่ำกว่า 85% ของพอร์ต และอยากให้ผู้ลงทุนเห็นประโยชน์ของการสร้างธรรมาภิบาล เพราะวิกฤตการเงินหลายต่อหลายครั้งส่วนใหญ่เกิดจากการขาดธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น จึงต้องผลักดันธรรมาภิบาลต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ