posttoday
คุมเข้มรัฐวิสาหกิจ

คุมเข้มรัฐวิสาหกิจ

25 พฤศจิกายน 2553

สำนักรัฐฯชงคลังออกกฎหมายตั้งบอร์ดรีดฝีมือทำไม่ได้ปลด

โพสต์ทูเดย์ — สำนักรัฐฯ เสนอ “กรณ์” ออกกฎหมายรีดผลงานรัฐวิสาหกิจ ตั้งคณะกรรมการถาวรขึ้นมาควบคุม ให้อำนาจปลดบอร์ดที่ผลงานไม่เข้าเป้า

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกำกับและพัฒนานโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือเรียกสั้นๆ ว่าร่าง พ.ร.บ. สคร. เพื่อกำกับการทำงานของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการทำงานและการบริการให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณาแล้ว

สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว จะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจเป็นการถาวร เพื่อติดตามการทำงานของรัฐวิสาหกิจทั้ง 58 แห่ง ซึ่งมีทรัพย์สินรวมกันถึง 4.22 ล้านล้านบาท ให้มีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่

ปัจจุบันรัฐวิสาหกิจทั้งหมดมีงบลงทุนในแต่ละปีสูงกว่า 4.85.2 แสนล้านบาท สูงกว่างบลงทุนของรัฐบาลกว่า 1 แสนล้านบาท จึงถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สำหรับคณะกรรมการตามกฎหมายใหม่นั้น จะให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีจากกระทรวงสำคัญที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจในสังกัดเป็นกรรมการ และ สคร. เป็นเลขานุการของคณะกรรมการ กรรมการชุดนี้มีอำนาจกำกับดูแล และถ้าเกิดปัญหาเร่งด่วนในรัฐวิสาหกิจ ก็สามารถสั่งให้แก้ปัญหา มีมาตรการเฉพาะขึ้นมาดูแลได้ทันที โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อน

นอกจากนี้ ยังมีอำนาจสั่งการให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งต้องทำแผนดำเนินงานระยะ 5 ปี เพื่อให้ทราบทิศทางขององค์กรที่ชัดเจน ไม่ให้เกิดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนกัน หากดำเนินการผ่านไป 1 ปี พบว่าไม่ประสบผลสำเร็จ คณะกรรมการถาวรชุดนี้ก็จะสามารถเสนอปลดคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ ได้ทันที

ขณะที่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังระบุให้มีการตั้งกองทุนขึ้นมา 2 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะมีการกันเงินจากรายได้นำส่งเข้าคลังของรัฐวิสาหกิจ 0.5% ของยอดนำส่งรวมในแต่ละเดือนมาเข้ากองทุนนี้ เพื่อไว้ใช้ในการวิจัยและพัฒนา ว่าจ้างที่ปรึกษาด้านต่างๆ การพัฒนาบุคลากร และใช้ในการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ จากเดิมที่รัฐวิสาหกิจต้องจ่ายเงินเพื่อประเมินตัวเอง

กองทุนที่ 2 เป็นกองทุนบริหารหลักทรัพย์ ที่กระทรวงการคลังถืออยู่จำนวน 102 หลักทรัพย์ มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะแบ่งหลักทรัพย์เพื่อการบริหารเป็น 3 ส่วน คือ หลักทรัพย์ที่ต้องถือไว้ หลักทรัพย์ที่ต้องขายเพราะไม่มีความจำเป็นต้องถือต่อไป และหลักทรัพย์ที่มีไว้ซื้อขายเพื่อบริหารการลงทุน ซึ่งจะทำให้การบริการการลงทุนของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ

นายสมชัย กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้จะมีคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้รับการใส่ใจจากรัฐวิสาหกิจหรือนำแนวนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติ เสนอแนวทางอะไรก็ไม่ได้รับการปฏิบัติตาม ทำให้การบริหารภาพรวมของรัฐวิสาหกิจไม่มีประสิทธิภาพ

“ที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคในการเข้าไปฟื้นฟูแก้ปัญหาสถานะทางการเงินของรัฐวิสาหกิจทำได้ไม่มีประสิทธิภาพล่าช้า เพราะ สคร.ไม่มีอำนาจ ทำอะไรไม่ได้ แต่กฎหมายนี้จะทำให้มีเครื่องมือในการบริหารจัดการ จากที่ผ่านมา สคร.เป็นแค่เสือกระดาษเท่านั้น” นายสมชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ