posttoday
ผ่าภาษีสรรพสามิต อี85 มือที่มองไม่เห็นกับ 1,780 ซีซี!!!

ผ่าภาษีสรรพสามิต อี85 มือที่มองไม่เห็นกับ 1,780 ซีซี!!!

24 พฤศจิกายน 2553

ยังเป็นที่กังขากันอย่างไม่จบสิ้น สำหรับการที่กระทรวงพลังงานเสนอให้มีการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง อี85 ลงไปอีก 3% พร้อมการขอยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับชิ้นส่วนอีก 15 รายการ ซึ่งกระทรวงการคลังประเมินว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้มากถึง 3,0003,500 ล้านบาทต่อปี ให้ ครม.เศรษฐกิจพิจารณาไปเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์ หรือ “เอื้อประโยชน์” กับค่ายรถยนต์รายใดรายหนึ่งหรือไม่

แม้จะติดโรคเลื่อนไม่สามารถเข้าถึงที่ประชุม ครม.ได้ 2 ครั้ง 2 ครา ทำให้หลายๆ ฝ่ายกังวลว่าอาจจะประกาศไม่ทันในช่วงปลายปีนี้ แต่หากไม่มีปัญหาอะไร การประชุม ครม.ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ย.นี้ โครงการนี้ก็น่าจะไปถึงฝั่งฝันในท้ายที่สุด

ทิ้งปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจนไว้อีกหลายเรื่องให้ต้องติดตาม!!!

ปัญหาเรื่องแรกที่มีผู้แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน คือการขีดเส้นข้อจำกัดสำหรับรถยนต์ที่จะผ่านเกณฑ์เข้าโครงการ อี85 จะต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 1,780 ซีซี เท่านั้น

กลายเป็นประเด็นที่ค่ายรถยนต์หลายค่ายตั้งคำถามทันทีว่า หากรัฐบาลมีความต้องการที่จะสร้างรถยนต์ประหยัดพลังงาน ที่สามารถใช้พลังงานทดแทนได้จริง ทำไมจึงไม่ประกาศให้ภาษี อี85 ใช้กับรถยนต์ได้ทุกขนาดเครื่องยนต์ ทำไมต้องจำกัดว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เกินกว่า 1,780 ซีซี หรือพูดง่ายๆ ว่าต้องเริ่มต้นที่รถยนต์เครื่อง 1,800 ซีซี

เคยมีคำตอบออกมาว่า หากประกาศให้ใช้ได้กับเครื่องยนต์ทุกรูปแบบ จะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีรถยนต์มากกว่าที่ประเมิน เพราะตลาดใหญ่ของรถยนต์อยู่ในกลุ่มขนาดบีเซ็กเมนต์ (1.51.6 ลิตร) และอีโคคาร์ ที่ครองส่วนแบ่งมากกว่า 50% ของตลาดรถยนต์นั่งก็จะได้รับการยกเว้นทันที

ขณะเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตว่า ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ไม่ต้องการให้ภาษี อี85 เข้ามาวุ่นวายในตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก เพราะตัวเองไม่มีแผนพัฒนาเครื่องยนต์ อี85 แต่อย่างใด จึงจับมือรัฐบาลขีดเส้นใต้จำกัดภาษีสำหรับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 ไว้ที่ 1,780 ซีซี เนื่อง จากไม่ต้องการให้คู่แข่งพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้น้ำมัน อี85 และได้เปรียบด้านภาษีที่ลดลงอีก 3% นั่นหมายความว่า รถของคู่แข่งจะมีต้นทุนต่ำกว่าของตนเอง 3% ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ขณะที่ปัญหาเรื่องของชิ้นส่วนที่ได้รับการยกเว้นอากรก็มีกระแสความขัดแย้งในขั้นตอนของการเจรจาว่าจะลดภาษีให้กับชิ้นส่วนจำนวนเท่าไรจึงจะเหมาะสมกับโครงการที่ไม่ได้มีการลงทุนอะไรเพิ่มเติมมากนักโครงการนี้

ว่ากันว่าในเบื้องต้นจะมีการยืนการยกเว้นอากรให้กับชิ้นส่วนเพียง 8 ชิ้นตามที่มิตซูบิชิได้รับการยกเว้นในเบื้องต้น แต่กระทรวงพลังงานได้พยายามผลักดันให้มีการลดเพิ่มเติม จนในท้ายที่สุดได้ข้อสรุปที่ 15 ชิ้นส่วน โดยมีคนกลางอย่างสถาบันยานยนต์ เป็นผู้เข้ามาตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนมาใช้ชิ้นส่วนเหล่านี้จริงหรือไม่ ก่อนที่จะมีการยกเว้นภาษี

วัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ บอกว่า หลักเกณฑ์ง่ายๆ ของชิ้นส่วนที่ได้รับการยกเว้นอากรก็คือจะต้องเป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับน้ำมันโดยตรง และเป็นชิ้นส่วนที่ไม่สามารถใช้ร่วมกับน้ำมัน อี20 ได้ โดยสถาบันยานยนต์จะเป็นผู้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการใช้งานจริง เหมือนกับที่เข้าไปตรวจสอบโครงการของมิตซูบิชิก่อนหน้านี้

ชิ้นส่วน 15 รายการที่ได้รับการยกเว้น ก็ยังไม่เป็นที่พอใจนักสำหรับมือที่มองไม่เห็น ที่ในเบื้องต้นได้มีการเสนอเรื่องร่วมกับกระทรวงพลังงาน ขอลดอากรสำหรับชิ้นส่วนที่ใช้ อี85 ได้มากถึง 23 รายการ ก่อนที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะประกาศให้เพียง 8 รายการ และมีการเจรจาต่อรองเพื่อให้สถาบันยานยนต์เป็นผู้ตรวจสอบออกใบรับรองและเพิ่มชิ้นส่วนที่ได้รับการยกเว้นเพิ่มเป็น 15 รายการในที่สุด

และก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ว่าจะโครงการใหญ่หรือเล็ก มือที่มองไม่เห็นก็เป็นคนขีดเส้นใต้กำกับเสมอ!!!

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก