
จับตานิติบุคคลเสียภาษี24ชั่วโมง
สรรพากรเผยผลการจัดเก็บภาษีเดือนพ.ย.53เกินเป้า6-7%พัฒนาระบบเทคโนโลยีจับตานิติบุคคลเสียภาษี24ชั่วโมง
สรรพากรเผยผลการจัดเก็บภาษีเดือนพ.ย.53เกินเป้า6-7%พัฒนาระบบเทคโนโลยีจับตานิติบุคคลเสียภาษี24ชั่วโมง
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในเดือนพ.ย. 2553 จะเกินเป้า 6-7% เพราะจากการติดตามการชำระภาษีรายวัน โดยเฉพาะภาษีที่สำคัญ เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม ยังคงมีการชำระตามปกติ โดยเดือนต.ค. 2553 กรมเก็บภาษีได้เกินเป้า 6% ทำให้ทั้งปีงบประมาณ 2554 จะจัดเก็บได้ตามเป้า 1.3 ล้านล้านบาท
นายสาธิต กล่าวว่า ในปีงบประมาณนี้กรมจะเน้นพัฒนาระบบเทคโนโลยี ให้สามารถเชื่อมโยงการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งจะตรวจสอบได้ว่าบริษัทต่างๆ มีรายรับ-รายจ่าย และมีการยื่นแบบชำระภาษีครบถ้วนหรือไม่ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการทำการค้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยจะเริ่มทดลองใช้ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจะขยายไปทั่วประเทศ
อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า การพัฒนาระบบจะทำให้ตรวจสอบการเสียภาษีได้ตลอดเวลา เป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้กรมสรรพากรสามารถขยายฐานภาษี และจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น โดยไม่ต้องปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษี
สำหรับการปรับโครงสร้างภาษี กรมได้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณารายละเอียด ศึกษาความเป็นไปได้ ข้อดี ข้อเสีย และการแก้ไขกฎหมาย หลังจากนั้นจะทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และเมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอให้ รมว.คลัง โดยการปรับโครงสร้างภาษีทั้งหมดจะต้องมีความชัดเจนภายในปี 2555
นอกจากนี้ กรมสรรพากรมีแนวคิดจะแก้ไขกฎหมายการนำรายได้จากการทำวิจัยและพัฒนามาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งปัจจุบันมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนี้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากการวิจัยและพัฒนาต้องใช้งบลงทุนมาก จึงมีบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถทำได้ ดังนั้น มีแนวคิดจะปรับแก้กฎหมายให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถใช้สิทธิประโยชน์นี้ได้ด้วย เช่น หากมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือปรับบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยมากขึ้น ก็สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้







