
ครม.เศรษฐกิจสั่งแจงWEFหลังจัดอันดับไทยมั่ว
ครม.เศรษฐกิจ สั่ง กระทรวงต่างประเทศ - สศช- คลัง แจงข้อมูล WEF ใหม่ หลังจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย "มั่ว " จนร่วงมาอยู่อันดับที่ 38
ครม.เศรษฐกิจ สั่ง กระทรวงต่างประเทศ - สศช- คลัง แจงข้อมูล WEF ใหม่ หลังจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย "มั่ว " จนร่วงมาอยู่อันดับที่ 38
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.)หรือ ครม.ศก. ได้มีมติรับทราบสรุปผลการหารือร่วมกับ World Economic Forum เกี่ยวกับการจัดอันดับของไทยในรายงาน Global Competitiveness Report 2010-2011 ที่ได้มีการปรับลดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยลงจากอันดับที่ 36 ในปี 2009-2010 เป็นอันดับที่ 38 ในปี 2010-2011 โดยมีสาเหตุที่สำคัญมาจากการจัดอันดับของไทยในบางเกณฑ์ชี้วัดปรับลดลงเป็นอย่างมาก และจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเพิ่มมากขึ้นจาก 133 ประเทศ เป็น 139 ประเทศ
สำหรับอันดับความสามารถในการแข็งขัน มีเกณฑ์ชี้วัด ดังนี้คือ ดุลงบประมาณแผ่นดินจากอันดับ 34 ลดลง 45 อันดับ มาอยู่ที่อันดับที่ 79 หนี้สาธารณะ จากอันดับ 66 ลดลง 20 อันดับ เป็นอันดับที่ 86 อัตราการเสียชีวิตของทารก จากอันดับ 36 ลดลง 24 อันดับ อยู่ที่อันดับที่ 60 อัตราการศึกษาจากอันดับที่ 53 ลดลง 47 มาอยู่ที่อันดับ 100 ค่าใช้จ่ายของนโยบายด้านการเกษตร จากอันดับที่ 70 ลดลง 24 อันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 94 ภาระของกระทบวนการด้านศุลกากร จากอันดับที่ 60 ลดลง 14 อันดับมาอยู่ที่ อันดับ 74 และต้นทุนทางธุรกิจที่เกิดจากเหตุอาชญากรรมและความรุนแรง จากอันดับที่ 67 ลดลง 15 อันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 82
ขณะที่หลักเกณฑ์การวิเคราะห์ ในการจัดลำดับขีดความสามารถในการแข่งขัน WEF ให้ความสำคัญกับข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมากกว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ในรูปสถิติ ในสัดส่วน 70 : 30 ซึ่งมีส่วนส่งผลให้อันดับของประเทศไทยลดลง
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม.ศก. มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. (สภาพัฒน์) และกระทรวงการคลัง เข้าประสานงานกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลทางด้านสถิติเพื่อชั้แจงข้อเท็จจริงต่อ WEF รวมถึงประสานให้บริษัทเอกชนเข้าไปเป็นสมาชิกของ WEF เพิ่มขึ้น เพื่อจะได้เป็นตัวแทนในการสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง โดยไม่ได้เป้าหมายให้ WEF เปลี่ยนการจัดอันดับใหม่ แต่ต้องการให้การหาข้อมูลในครั้งต่อไปสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น
"การสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการไทยในปีที่ผ่านมาทำได้แค่ 52 บริษัทจากที่ส่งแบบสำรวจไปกว่า 200 บริษัท ลดลงจากปีก่อนมากที่มีคนตอบคำถามมากกว่า 100 บริษัท ทำให้ข้อมูลยังไม่สะท้อนความเป็นจริง ขณะที่ผลสำรวจเรื่องอัตราการเข้าเรียนของเด็กประถมใช้อยู่ที่ 95 % ซึ่งในข้อเท็จจริงน่าจะดีกว่านี้คืออยู่ที่ 98 - 99 % ซึ่งดัชนีที่ WEF นำมาใช้ในปี 2550 มาจากยูเนสโก้ ที่ระดับ 95 % และปี2551 จากเวลิ์ดแบงก์ที่ระดับ 85 % ทำให้อันดับตกลดลงถึง 47 อันดับ อยู่ในอันดับที่ 100" นายธราดลกล่าว
นอกจากนี้ มอบหมายให้ สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (กพข.) รับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศไปประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว รวมทั้งผลักดันภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ WEF ต่อไป







