
ทรัสต์ AIMCG จับมือ‘โนเบิล’ ลงทุนพื้นที่ส่วนรีเทลย่าน“ทองหล่อ”
โครงการอาคารชุด โนเบิล โซโล ทองหล่อ รับอานิสงค์ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทองหล่อปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
โครงการอาคารชุด โนเบิล โซโล ทองหล่อ รับอานิสงค์ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทองหล่อปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
นายอมร จุฬาลักษณานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ็มกรุ๊ป เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กองทรัสต์ AIMCG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าการลงทุนในทรัพย์สินครั้งแรกประมาณ 2,880 ล้านบาทนั้น
ล่าสุดกองทรัสต์ AIMCG จับมือพันธมิตร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา กองทรัสต์ AIMCG ได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในกรรมสิทธิ์พื้นที่ส่วนรีเทล โครงการอาคารชุด โนเบิล โซโล ทองหล่อ จำนวน 6 ยูนิต ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 210 ล้านบาท
การจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับโนเบิลฯ ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทรัสต์ AIMCG ที่จะช่วยขยายโอกาสในการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินที่มีศักยภาพของโนเบิลและช่วยผลักดันให้กองทรัสต์ AIMCG มีขนาดทรัพย์สินที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว
ด้านนายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ เอไอเอ็มกรุ๊ป เปิดเผยว่า การเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เป็นพื้นที่ส่วนรีเทลของโครงการโนเบิล โซโล ทองหล่อ ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่เต็มทั้ง 100% นั้น จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และที่สำคัญการได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือ Freehold ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงสิทธิการเช่า( Leasehold) เท่านั้น นอกจากจะทำให้ภาพรวมทรัพย์สินที่กองทรัสต์ AIMCG ลงทุน มีสัดส่วนการลงทุนในกรรมสิทธิ์ต่อสิทธิการเช่าที่ดีขึ้นแล้ว
รวมทั้งทำเลที่ตั้งของโครงการนี้ ที่อยู่ใจกลางทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ซึ่งถือเป็นย่านที่มีศักยภาพ โดยเป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ที่สำคัญของกรุงเทพฯ ทำให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ AIMCG ในอนาคต
“การลงทุนครั้งนี้ ยังทำให้เกิดการกระจายตัวของทรัพย์สินที่กองทรัสต์ AIMCG เข้าลงทุนที่ดีขึ้น รวมทั้งอัตราค่าเช่าเฉลี่ยก็มีการปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งมั่นใจว่าปัจจัยบวกดังกล่าวจะผลักดันให้กองทรัสต์ AIMCG มีผลการดำเนินงานที่ดีและมีเสถียรภาพ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอให้แก่นักลงทุนได้ในระยะยาว”
นายจรัสฤทธิ์ ยังกล่าวต่อไปว่า การลงทุนในกองทรัสต์ หรือ REIT เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการลงทุนที่น่าสนใจ ท่ามกลางภาวะความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลกและทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง ด้วยจุดเด่นของการลงทุนในกอง REIT ซึ่งให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในรูปของเงินปันผล และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากหรือตราสารหนี้โดยทั่วไป อีกทั้งยังมีความผันผวนต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นจึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้น”
โดยจากข้อมูลพบว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 ดัชนี SET PF&REIT ปรับตัวขึ้นกว่า 25.80% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเทียบจาก SET INDEX ที่ปรับตัวลดลงและมีความผันผวนสูงมาก รวมทั้งเมื่อเทียบกับผลตอบแทนจากการฝากเงิน ที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ประมาณ 0.125% - 0.5% ขณะที่เงินปันผลจากการลงทุนในกอง REIT เฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 5% - 8% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในประเภทอื่นมาก
นายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงิน บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า การจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันระหว่างโนเบิลและทรัสต์ AIMCG ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความร่วมมือกันในอนาคต สำหรับโนเบิล ถือเป็นช่องทางการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยนำทรัพย์สินที่มีคุณภาพมาจำหน่ายให้แก่กองทรัสต์
นอกจากนี้ บริษัทและทรัสต์ยังมีแผนร่วมกันในอนาคต เนื่องจากโนเบิลมีโครงการที่มีพื้นที่รีเทลซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) ที่เป็นลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายโครงการ จึงมีแนวโน้มสูงที่จะนำเสนอทรัพย์สินที่มีคุณภาพในลักษณะนี้ให้แก่ทรัสต์ AIMCG ได้พิจารณาลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในทำเลทองหล่อที่มีศักยภาพสูงมาก







