
จับตาญี่ปุ่นแทรกแซงเยนฉุดบาทอ่อนกว่า 33.50 บาท
โพสต์ทูเดย์ – ตลาดจับตาหากทางการญี่ปุ่นใช้ไม้แข็ง แทรกแซงเงินเยนให้อ่อน อาจฉุดค่าเงินทั้งภูมิภาค รวมค่าบาทอ่อนลงด้วย ช่วยลดแรงกดดันภาคส่งออก
โพสต์ทูเดย์ – ตลาดจับตาหากทางการญี่ปุ่นใช้ไม้แข็ง แทรกแซงเงินเยนให้อ่อน อาจฉุดค่าเงินทั้งภูมิภาค รวมค่าบาทอ่อนลงด้วย ช่วยลดแรงกดดันภาคส่งออก
น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ค่าเงินบาทรวมถึงค่าเงินในภูมิภาคอาจได้รับผลกระทบด้านจิตวิทยา หากธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแ.ซงค่าเงินเยนให้อ่อนลง
ทั้งนี้ เพราะนักลงทุนหรือเฮดจ์ฟันด์ที่ก่อนหน้านี้กู้เงินสกุลเหรียญสหรัฐซึ่งดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลเอเชียได้รับผลตอบแทนสูงกว่า จะกลัวขาดทุน หากเงินเยนอ่อนค่าลง จึงอาจรีบขายเงินสกุลเอเชียแลกกลับเป็นเงินเหรียญ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จะส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐกลับแข็งค่า และเงินสกุลเอเชียอ่อนค่าลงได้
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ น่าจะเป็นช่วงกลางปี ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าเหนือระดับ 33.5 บาท/เหรียญสหรัฐได้ จากขณะนี้อยู่ที่ 31.15-18 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อช่วยลดแรงกดดันของภาคการส่งออก
“การแสดงจุดยืนของรัฐมนตรีคลังคนใหม่ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนเป็นครั้งแรก ซึ่งน่าจับตามาก เพราะถ้าทางการญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินก็แทรกแซงจริงๆ โดยใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งตลาดจะกลัว” น.ส.อุสรา กล่าว
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ไม่คิดว่าค่าเงินเยนจะอ่อนค่าได้นาน คงเป็นการอ่อนค่าชั่วครั้งชั่วคราว เพราะรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นออกมาใช้วาจากดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่บ่อยครั้ง การเคลื่อนไหวของเงินเยนในช่วง 85-95 บาท/เหรียญสหรัฐถือเป็นเรื่องปกติ
นายทรงพล กล่าวว่า หากค่าเงินเยนอ่อนค่าลง คงไม่กระทบกับผู้ส่งออกไทย เพราะสินค้าที่ญี่ปุ่นผลิตเป็นคนละประเภทกับสินค้าของไทย แม้สินค้าบางประเภทอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น รถยนต์ แต่ไทยเป็นฐานผลิตให้กับญี่ปุ่น







