posttoday

'นกแอร์' ตีปีก ขาดทุนลดลง 50% ตั้งเป้าปีหน้าโกยผู้โดยสารทะลุ 10 ล้านคน

19 พฤศจิกายน 2562

'นกแอร์' ฮึดสู้ศึกดัมซ์ราคาชิงลูกค้าปีหน้าแข่งดุ หลังแผนฟื้นฟูสำเร็จ ผลประกอบการปี'62 ขาดทุนลดลง 50% เร่งปรับตัวเปิดเส้นทางบินใหม่ รักษาส่วนแบ่งตลาดเดิม หวังผู้โดยสารปีหน้าทะลุ 10 ล้านคน

'นกแอร์' ฮึดสู้ศึกดัมซ์ราคาชิงลูกค้าปีหน้าแข่งดุ หลังแผนฟื้นฟูสำเร็จ ผลประกอบการปี'62 ขาดทุนลดลง 50% เร่งปรับตัวเปิดเส้นทางบินใหม่ รักษาส่วนแบ่งตลาดเดิม หวังผู้โดยสารปีหน้าทะลุ 10 ล้านคน

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของสายการบินนกแอร์ในปีนี้มีผลประกอบการที่ฟื้นตัวได้มากขึ้น คาดผลประกอบการในปี 2562 จะขาดทุนลดลง 50% หรือขาดทุนราว 1,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดขาดทุนในปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 2,786 ล้านบาท ถือว่าเป็นผลสำเร็จในการดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้ดำเนินการลดต้นทุนในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงเครื่องบินลดลงมากกว่า 10% ภายหลังจากได้ลงนามสัญญากับพาร์ทเนอร์รายใหม่ ควบคู่กับการลดต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK : Cost per Available Seat Kilometers) ลดลงได้เช่นกันที่ 10% นอกจากนี้ยังได้ทำการยกเลิกบางเส้นทางที่ไม่ทำกำไร เช่น น่าน, ร้อยเอ็ดและนครพนมเป็นต้น เช่นเดียวกับการเปิดเส้นทางใหม่เพื่อทำกำไร

ส่วนการสร้างรายได้เพิ่มของนกแอร์นั้นในปี 2563 จะเน้นการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศมากขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารต่างชาติเป็น 30% ของผู้โดยสารทั้งหมด เพราะเป็นแนวทางในการทำกำไรของสายการบินโลว์คอสต์ในไทย ควบคู่ไปกับการเพิ่มตัวเลขผู้โดยสารทั้งหมดอีก 10% โดย จะเป็นปีแรกที่ผู้โดยสารรวมทะลุ 10 ล้านคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 8-9 ล้านคน/ปี เช่นเดียวกับการเพิ่มปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) อีก 10% รวมถึงจะรักษายอดอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยว (Cabin Factor)ให้สูงกว่า 90%

นอกจากนี้ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการบิน(Non-Aero Business)และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นเพื่อสร้างรายได้ รวมถึงเพิ่มคุณภาพบริการเพื่อดึงลูกค้่า เช่นการเปิดตัว Free Wifiบนเครื่องบินนกแอร์ในปีหน้า

นายวุฒิภูมิ กล่าวว่า การแข่งขันตลาดการบิน ปี 2563 ของสายการบินโลว์คอสต์ในประเทศไทยนั้น ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงและใช้กลยุทธ์ดัมซ์ราคากันอย่างต่อเนื่อง เพราะแต่ละสายการบินมีการสั่งเครื่องบินใหม่เพิ่มขึ้นและเปิดเส้นทางบินใหม่ในภูมิภาค ตลอดจนเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางเดิม จาก 3-4 เที่ยว/สัปดาห์ เป็นการบินทุกวันแบบ Daily Flight

ดังนั้นนกแอร์จึงต้องปรับตัวเลือกเส้นทางบินที่ส่งเสริมสายการบินพันธมิตรเช่น Nok Scoot รวมถึงเปิดตลาดใหม่ในเมืองรองที่มีศักยภาพ เช่น จีน อินเดีย และญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองที่คู่แข่งไม่ทำการบินแต่มีดีมานต์แข็งแกร่ง สำหรับศึกการดัมซ์ราคานั้น ปัจจุบันสายการบินโลว์คอสต์ในไทยแทบทุกสายการบินขายตั๋วต่ำกว่าราคากันหมด ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องมอนิเตอร์ติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อวิเคราะห์เทคนิคการตั้งราคาขายตั๋วในจังหวะที่คู่แข่งขายราคาปกติ

 

ข่าวล่าสุด

มติศาลรธน.ชี้‘ภูมิธรรม–ทวี’ รอดคดีฮั้วสว. ไม่พบหลักฐานแทรกแซง