
5 ประเทศ อาเซียนตั้งสมาคมไวนิล เคาน์ซิล
ผู้ผลิตอุตสาหกรรมไวนิล 5 ประเทศในอาเซียน ร่วมมือจัดตั้งสมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิล เพื่อให้ผู้ประกอบการใความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนต่อสาธารณชน หลังมีปัญหามาบตาพุด และผู้บริโภคตื่นตัวใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้ผลิตอุตสาหกรรมไวนิล 5 ประเทศในอาเซียน ร่วมมือจัดตั้งสมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิล เพื่อให้ผู้ประกอบการใความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนต่อสาธารณชน หลังมีปัญหามาบตาพุด และผู้บริโภคตื่นตัวใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายกุนเธอร์ วิลแฮมล์ม นาโดนี่ ประธานสมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิล เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตไวนิลในภูมิภาคอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลียเซีย จำนวน 12 บริษัท ได้รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิลขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมไวนิลในอาเซียนปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาที่มีต่อสาธารณชน
ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ จะมีการวางเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยมลภาวะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้แต่ละประเทศกำหนดเป้าหมายของตนเองก่อนนำเสนอต่อสมาคมฯอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแนวทางการดังกล่าวยังเป็นการรองรับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง รวมทั้งการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วย จึงต้องการให้อุตสาหกรรมดังกล่าวมีมาตรฐานเดียวกัน และเทียบชั้นมาตรฐานยุโรปด้วย
“เหตุผลหนึ่งที่ไทยเป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งสมาคมฯ นี้ขึ้นเนื่องจากปัญหามาบตาพุดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ซึ่งในตอนนั้นเกิดปัญหาการสื่อสารทำความเข้าใจกับทั้งภาครัฐ ชุมชน และเอกชนเป็นอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายไม่เข้าใจในตัวอุตสาหกรรม เราจึงต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างจริงจัง และปฏิบัติให้เห็นว่าภาคเอกชนมีความตั้งใจในการลดการปล่อยมลพิษ รวมทั้งผู้บริโภคที่มีความตื่นตัวในการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องรวดตัวกัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” นายนาโดนี่ กล่าว
ขณะที่ในเมืองไทยการกำหนดมาตรฐาน หรือกฎระเบีบยด้านการลงทุนในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนสามารถปฏิบัติตามได้ โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักลงทุนเข้าใจได้อยู่แล้ว เพราะถือแนวโน้มของอุตสาหกรรมโลก ที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางสมาคมฯ ก็จะดำเนินการตามแนวทางนี้ โดยการรวมตัวในครั้งนี้จะมุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องการค้าอย่างแน่นอน
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมไวนิลในอาเซียน มีกำลังการผลิตพีวีซี 2.12 ล้านตันต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้ในภูมิภาคยังอยู่ในระดับต่ำ 1.4 ล้านตันต่อปีเท่านั้น โดยแต่ละปีความต้องการใช้ขยายตัวเพียง 5-6% ต่อปี จึงคาดว่ากำลังผลิตดังกล่าวรองรับความต้องการใช้ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ เพราะปัจจุบันไม่มีผู้ประกอบการรายใดเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าเลย ขณะที่กำลังผลิตทั่วโลกอยู่ที่ 34 ล้านตันต่อปี และจีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดของโลก







