เอสโซ่ ฉลองครบรอบ 125 ปี ที่ดำเนินกิจการในประเทศไทย พร้อมยืนหยัดเคียงคู่เป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน
จัดงาน “BOND TOGETHER, GROW THE FUTURE” 125 ปี แห่งความผูกพันกับพลังที่ขับเคลื่อนสังคมไทย
บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 125 ปี ในการดำเนินธุรกิจกลั่นและจัดจำหน่ายน้ำมันคุณภาพเคียงคู่กับสังคมไทย ภายใต้แนวคิดการจัดงาน “BOND TOGETHER, GROW THE FUTURE” 125 ปี แห่งความผูกพันกับพลังที่ขับเคลื่อนสังคมไทย โดยได้จัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ณ ห้องเซ็นทารา แกรนด์ คอนเวนชั่น โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์
ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทฯ ประกอบด้วย บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจการกลั่นน้ำมันและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันผ่านสถานีบริการเอสโซ่ น้ำมันเครื่องโมบิล และเคมีภัณฑ์ของเอ็กซอนโมบิล นอกจากนี้ ยังมี บริษัท เอ็กซอนโมบิล เอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ โพรดักชั่น โคราช อิงค์ ดำเนินการขุดและผลิตก๊าซธรรมชาติ ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และร่วมลงทุนในการผลิตก๊าซธรรมชาติ ที่ อ.ภูฮ่อม จ.อุดรธานี และอีกบริษัทที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คือ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด ซึ่งดำเนินงานศูนย์ธุรกิจระดับโลก Global Business Center ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้บริการทางธุรกิจกับบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลทั่วโลก โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบรับการเติบโตของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงในระดับโลกด้วย
มร. เจเรมี่ อาร์. ออสเตอร์สต๊อก (Mr. Jeremy R. Osterstock) Thailand Lead Country Manager บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย ได้กล่าวต้อนรับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้บริหาร และแขกที่มาร่วมงาน โดยกล่าวถึงงานครบรอบ 125 ปี ว่า ธีมงานในปีนี้คือ “BOND TOGETHER, GROW THE FUTURE” ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของบริษัทฯ กับประเทศไทยที่มีมาอย่างช้านาน และแสดงให้เห็นถึงผลงานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการควบคู่ไปกับครอบครัว และชุมชนของประเทศไทย
“เอ็กซอนโมบิลนำธุรกิจน้ำมันเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ ค.ศ.1894 (พ.ศ. 2437) ภายใต้แบรนด์ Esso และ Mobil โดยได้เติบโตและมีการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย มีพนักงานกว่า 3,000 คน จัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้ตราน้ำมันเอสโซ่ (Esso) น้ำมันหล่อลื่น ภายใต้ตราโมบิล (Mobil) และผลิตภัณฑ์เคมี ภายใต้ตราเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) นอกจากนี้ยังมีศูนย์ธุรกิจระดับโลกที่ให้บริการงานด้านธุรกิจที่มีคุณภาพกับบริษัทในเครือทั่วโลก เรายังคงพัฒนางานที่มีคุณภาพ และสร้างคุณค่าเพื่อสังคมไทย”
มร. เจเรมี่ กล่าวต่อไปว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ตั้งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานสูงสุดอย่างยั่งยืน รวมทั้งร่วมส่งเสริมสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน การศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความปลอดภัย และชีวอนามัย อย่างต่อเนื่อง ตลอด 125 ปี ที่เอสโซ่เติบโตในประเทศไทย รวมถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย พร้อมยืนยันพันธกิจในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยตลอดไป
มร. จอน กิบส์ (Mr. Jon Gibbs) ประธานบริษัท เอ็กซอนโมบิล โกลบอล เซอร์วิสเซส คัมปะนี (Exxon Mobil Global Services Company) กล่าวถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทยว่า เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว บริษัทฯ ได้เริ่มต้นการดำเนินงานขนาดเล็กเพื่อให้บริการทางธุรกิจที่เริ่มจากบริษัทในเครือทวีปเอเชีย แต่ด้วยศักยภาพและความสามารถของคนไทย ทีมงานของประเทศไทยได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนที่ดีเยี่ยมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้ศูนย์ให้บริการได้พัฒนาเป็นศูนย์ธุรกิจระดับโลกที่มีการดำเนินงานที่มีความท้าทายและหลากหลาย ทั้งในด้านการบัญชี การจัดซื้อ เทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ ฯลฯ
วันนี้ บริษัทฯ เพิ่มความท้าทายมากขึ้น ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบเก่าด้วยแนวคิดแบบใหม่ เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนวิธีการที่เราจะเข้าถึงลูกค้าได้ วิธีที่เราค้นหาและพัฒนาแหล่งพลังงาน การคิดค้นผลิตภัณฑ์ และการใช้รูปแบบที่ก้าวหน้ามากขึ้น ปัจจุบัน ทีมนวัตกรรมของศูนย์ธุรกิจระดับโลก กรุงเทพฯ มีการสร้าง Solution ที่ทำให้เกิด digital manufacturing processes (กระบวนการผลิตแบบดิจิทัล) โดยใช้หลัก AGILE และกระบวนการ creative design อื่นๆ เพื่อปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และนำเทคโนโลยีอัตโนมัติต่างๆ ทั้งหุ่นยนต์ และ Machine Learning มาใช้ ซึ่งในทางกลับกันก็จะช่วยสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้บริษัทฯ สามารถทำงานที่ซับซ้อนและท้าทายยิ่งขึ้นได้ และยังได้นำ Solution ทางเทคโนโลยีที่คิดค้นและสร้างสรรค์ขึ้นในประเทศไทยไปใช้ในการดำเนินธุรกิจของเอ็กซอนโมบิลในที่ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้คนไทยได้มีโอกาสนำเสนอและสร้างผลงานที่โดดเด่นในระดับเวทีโลก
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวแสดงความยินดีที่เอสโซ่อยู่คู่ประเทศไทยมาตลอด 125 ปี โดยนำผลิตภัณฑ์สู่เมืองไทยทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ พร้อมทั้งกล่าวว่า นอกจากบทบาททางด้านพลังงานของเอสโซ่แล้ว เอสโซ่ยังได้มีนโยบายในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย โดยที่ผ่านมาประเทศไทยยังต้องพึ่งพาพันธมิตรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้ไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งประเทศไทยได้รับประโยชน์และโอกาสอย่างมาก และขอขอบคุณเอสโซ่ที่ได้อยู่เคียงข้างและร่วมส่งเสริมสนับสนุนคนไทยมาตลอด 125 ปี
ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงนิทรรศการผลงานและผลิตภัณฑ์ของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลในประเทศไทย พร้อมจัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “Moving Forward to the Future” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จํากัด บริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนาระบบคลาวด์ระดับโลก ดร. สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ และ ดร. เอกก์ ภทรธนกุล ประธานหลักสูตร Master in Branding and Marketing ภาษาอังกฤษ และอาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการโดย ดร. ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด


