
ปตท.ยันฐานะการเงินยังมั่นคง
โพสต์ทูเดย์-ปตท. ยืนยันฐานะการเงินยังมั่นคง คาดหากปัญหามาบตาพุดยืดเยื้อ 12-18 เดือน จะส่งผลให้กำไรลดลงไป5-10%
โพสต์ทูเดย์-ปตท. ยืนยันฐานะการเงินยังมั่นคง คาดหากปัญหามาบตาพุดยืดเยื้อ 12-18 เดือน จะส่งผลให้กำไรลดลงไป5-10%
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยถึงโครงการลงทุนของปตท.ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ที่ถูกศาลปกครองสั่งระงับกิจการชั่วคราว ไม่ได้ทำให้สถานะทางการเงินของปตท.มีปัญหาทางสภาพคล่อง แต่อาจทำให้มีต้นทุนการบริหารเพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อกำไรจะลดลงไป5-10 % ถ้าปัญหายืดยื้อ 12-18 เดือน
ทั้งนี้โครงการของปตท.ที่ถูกศาลปกครองระงับกิจการชั่วคราวฯมีจำนวน 18 โครงการ ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจทั้งหมดของปตท. ในขณะที่ธุรกิจด้านอื่นๆยังคงเดินหน้าต่อไป ดังนั้นปตท.ยังมีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง เพียงแต่โครงการที่ถูกระงับจะทำให้มีต้นทุนในการบริหารที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งดอกเบี้ยของธนาคารเจ้าหนี้
” หากปัญหามาบตาพุดยืดเยื้อไป 6-12 เดือน ก็ไม่ได้ทำให้ปตท. วิกฤตเหมือนกรณีดูไบเวิล์ด เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ของ ปตท.ยังเดินอยู่ และโครงการส่วนใหญ่ที่ติดอยู่ก็เป็นโครงการปลายน้ำ ซึ่ง ปตท.ไม่ใช่บริษัทที่เกิดใหม่ที่ไม่มีรายได้จากโครงการอื่น แต่ยอมรับว่าอาจทำให้ผลกำไรลดลงแต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสเงินสดของบริษัทลดลง ดังนั้นในขณะนี้จึงไม่มีการเจรจากับธนาคารเจ้าหนี้ในเรื่องการชำระหนี้ และเชื่อว่าเธนาคารก็เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดี”นายประเสริฐ กล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้ปตท.ได้ทยอยยื่อข้อมูลชี้แจงกับศาลปกครองเพิ่มเติมไปแล้วจำนวน 5 โครงการ จาก 18 โครงการ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการขอผ่อนผันให้เดินหน้าโครงการต่อไปได้ เนื่องจากบางโครงการยังก่อสร้างไม่เสร็จจึงไม่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม หรือบางโครงการได้จัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก่อนที่รัฐธรรมนูญประกาศ โดยเฉพาะโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 เพราะหากโครงการถูกระงับเป็นระยะเวลานานจะทำให้ไทยต้องนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ถึงเดือนละ 1 แสนตัน ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มภาระให้กับกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการจ่ายชดเชยการนำเข้าในแต่ละเดือน







