
แกะรอยเน็ตความเร็วสูง เร็วจริงหรือแค่โฆษณา
ต้องยอมรับว่าในขณะนี้บริการอินเทอร์เน็ตกลายเป็นบริการที่แสนจะจำเป็นในปัจจุบันไปเสียแล้ว เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางสำหรับการหาข้อมูลทั้งเพื่อธุรกิจและบันเทิง ซึ่งหัวใจสำคัญของบริการอินเทอร์เน็ต คือ
“ความเร็ว”ผู้ให้บริการรายใดสามารถให้
“ความเร็ว” ได้มากเท่าใด ผู้ให้บริการรายนั้นย่อมได้เปรียบ ซึ่งการแข่งขันกันเพิ่มความเร็วให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ปัจจุบันอยู่ที่ 6 เมกะบิตต่อวินาทีที่ราคา 590 บาท จากต้นปีที่อยู่ที่ 4 เมกะบิตต่อวินาที ในราคาเท่ากัน แต่ใครจะรู้ว่าความเร็ว 6 เมกะบิตต่อวินาทีที่ได้รับ เป็นความเร็วโดยแท้ หรือเป็นแค่การโฆษณาเกินจริงกันแน่ และถ้าทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริง ใครจะคุ้มครองดูแลผู้บริโภคอย่างเราสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยร่วมกับสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. ได้ทำโครงการสำรวจและทดสอบคุณภาพความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือสปีดเทสเป็นปีที่ 2 ผ่าน www.speedtest.or.th และเว็บไซต์อื่นๆ เช่น kapook.com, pantip.com โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.12 พ.ย. ซึ่งมีผู้เข้ามาทดสอบ 4.7 ล้านคน และคาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีถึง 5 ล้านคน
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สบท. บอกว่า ตัวเลขผู้เข้ามาทดสอบแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเริ่มตื่นตัวเรื่องสิทธิมากขึ้น มีการเข้าไปทดสอบว่าได้รับความเร็วจริงตามที่ผู้ให้บริการโฆษณาไว้หรือไม่ เมื่อมีการประกาศเพิ่มความเร็ว ดังนั้นผู้ให้บริการก็ต้องพัฒนาบริการให้ดีขึ้นเช่นกัน
สำหรับการทดสอบมีผู้ใช้บริการทรูฯ อินเทอร์เน็ตกว่า 7.2 แสนคน ทีโอที 7.1แสนคน 3บีบี 4.3 แสนคน และผู้ให้บริการอื่นๆ ที่ทางสมาคมฯ ยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ไว้ที่คอมพิวเตอร์แม่ข่าย ประมาณ 6.4 แสนคนซึ่งโดยเฉลี่ยความเร็วที่ให้บริการทุกรายใกล้เคียงกันที่ประมาณ 70% ของความเร็วที่โฆษณาคือ ถ้าโฆษณาว่าบริการอยู่ที่ 6 เมกะบิตต่อวินาที ความเร็วเฉลี่ยที่ให้บริการอยู่ที่ 4.2เมกะบิตต่อวินาที
อีกทั้งยังพบว่าความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตกระจุกตัวอยู่ที่ 24 เมกะบิตต่อวินาที แบ่งเป็น 2 เมกะบิตเข้าทดสอบ 1.3แสนครั้ง ความเร็ว 3 เมกะบิตทดสอบ 3.1แสนครั้ง ความเร็ว 4 เมกะบิตทดสอบ 4.9แสนครั้ง แสดงว่ายังมีพื้นที่อีกไม่น้อยที่ยังไม่สามารถเพิ่มความเร็วในการให้บริการได้ และยังพบอีกว่า การทดสอบ 1.4 ล้านครั้งไม่ระบุความเร็วในการให้บริการ ซึ่งอาจเป็นผลทั้งไม่ทราบความเร็วที่ได้รับ หรือกรอกรายละเอียดไม่ครบถ้วน ซึ่งเป็นปัญหาในการรวบรวมข้อมูล
“
เรายังต้องเก็บข้อมูลต่อไป ปีหน้าจะวางอุปกรณ์ไว้ที่ผู้ให้บริการเพิ่มอีก 30 รายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงมากขึ้น และต้องขอความร่วมมือผู้ใช้ให้กรอกข้อมูลที่ตรงความจริงและทดสอบความเร็วอย่างสม่ำเสมอ”ส่วนในอนาคต สบท.และสมาคมฯ จะหารือร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการด้านข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ออกเป็นประกาศเพื่อบังคับใช้ต่อไป เช่น ถ้าจะกำหนดมาตรฐานบริการสื่อสารด้านข้อมูลอย่างน้อย 80% ของการโฆษณา ผู้ให้บริการทุกรายก็ต้องเร่งปรับปรุงให้คุณภาพดีขึ้น เพราะปัจจุบันอยู่ที่ 70% เท่านั้น
“
มาเลเซียกำหนดว่าบริการต้องไม่ต่ำกว่า 80% ของที่โฆษณา ขณะที่อเมริกาไม่กำหนด แต่เปิดให้ผู้ให้บริการแข่งขันกันเอง เพราะเป็นตลาดแข่งขันเสรี แต่บ้านเราไม่ใช่ตลาดเสรีแท้จริง จึงต้องมีการกำหนดมาตรฐานแน่นอน น่าจะได้เห็นในปีหน้า”นอกจากนี้ ถ้าการเก็บข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่านี้ สบท. จะประกาศผลการสำรวจแยกตามรายพื้นที่และแยกตามรายผู้ให้บริการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค ก่อนจะเลือกรับบริการของผู้ให้บริการรายใดก็ตาม ซึ่งจะมีทั้งเชิงคุณภาพและเชิงราคาค่าบริการ การแข่งขันก็จะมีมากขึ้นและประชาชนก็จะได้รับประโยชน์
ทุกวันนี้หากถามว่าจะเลือกรับบริการอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการรายใดจึงจะได้รับคุณภาพที่เต็มประสิทธิภาพ ถือว่ามีปัจจัยหลายส่วน ทั้งพื้นที่รับบริการ คุณภาพของความเร็วที่ได้รับในแต่ละเวลา ราคาค่าบริการ ความเสถียร ทางออกหนึ่งคงต้องช่วยกันเข้าไปทดสอบกันเป็นประจำ และเรียกร้องให้ กทช. ประกาศกฎหมายออกมาโดยเร็ว เพื่อกำหนดมาตรฐานที่ประชาชนควรได้รับ







