posttoday
5C ข้อคิดสำหรับธุรกิจครอบครัวไทย

5C ข้อคิดสำหรับธุรกิจครอบครัวไทย

16 พฤศจิกายน 2553

...กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์.

...กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์.

ฉบับที่แล้วผมทิ้งประเด็นไว้ในเรื่อง C ที่สอง หลายคนคงสงสัยว่าคืออะไร C ที่สอง คือ Compensation หรือผลประโยชน์ ค่าตอบแทนของสมาชิกในครอบครัวนั้น รวมถึงผลประโยชน์ที่จัดสรรความเป็นเจ้าของของการถือหุ้นโดยความยินยอมพร้อมใจของสมาชิกในครอบครัวโดยความยุติธรรมและเป็นธรรม ซึ่งที่สำคัญมากก็คือ ความยุติธรรมนั้นไม่ได้หมายความว่า จะต้องเท่าเทียมกัน (Fair does not mean equal) การจัดสรรการถือหุ้น ผลประโยชน์ตอบแทน ค่าตอบแทน สำหรับสมาชิกในครอบครัวที่ทำงานหรือนโยบายการจ่ายเงินปันผลจากการประกอบธุรกิจของธุรกิจครอบครัวก็ดี เป็นเรื่องที่จะต้องมีนโยบายเป็นเอกสารอย่างชัดเจนในการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความขัดแย้งกัน เนื่องจากไม่มีกฎกติกาเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ค่าตอบแทน หรือผลตอบแทนใดๆ ในระยะยาวของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดไว้ โดยอาจจะเป็นในข้อบังคับของบริษัท สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น หรือธรรมนูญครอบครัว ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะทำให้ธุรกิจครอบครัวขจัดความขัดแย้งกันได้ เพราะเรื่องผลประโยชน์ย่อมไม่เข้าใครออกใคร ทำอย่างไรจึงจะทำให้มีการจัดสรรค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ให้อย่างเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของสมาชิกในครอบครัว

C ที่สาม คือ Communication คือการสื่อสารประสานงานกันของสมาชิกในครอบครัว เรื่องเป็นเรื่องที่สำคัญ การขอความเห็น การขอความเห็นชอบในการประชุมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าเรื่องที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ การคุยกัน การสื่อสารระหว่างกันของสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะผ่านกระบวนการประชุมกรรมการผู้ถือหุ้น สภาครอบครัว หรือการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของสมาชิกในครอบครัว ในเรื่องแนวทางการประกอบธุรกิจ การตัดสินใจในเรื่องสำคัญ การสื่อสารการให้ความรู้ การอบรมแก่สมาชิกในครอบครัวนั้น รวมทั้งกระบวนการถ่ายโอนอำนาจของธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น จะกระทำกันอย่างไร และมีการสื่อสารกระบวนการภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดเช่นใด ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

สมาชิกในครอบครัวของธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่นั้น จะขาดเรื่องของการสื่อสาร การคุยกัน ของสมาชิกในครอบครัว การตัดสินใจของสมาชิกในครอบครัวบางคนเป็นการตัดสินใจโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการที่จะมีความเห็นชอบ หรือมีการถกแถลงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพราะหากมีการถกแถลงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และการตัดสินโดยความเห็นชอบหรือหากเกิดความผิดพลาด ทุกคนก็มีส่วนรับผิดและรับชอบด้วยกัน จะมากล่าวโทษหรือก่อกวนก่อให้เกิดความขัดแย้งในองค์กรของครอบครัวไม่ได้ หรือกระบวนการถ่ายโอนอำนาจและการเลือกผู้นำธุรกิจครอบครัวที่สืบต่อธุรกิจ ซึ่งวิธีการที่จะนำกระบวนการสื่อสารหรือคุยกันในบริษัทของสมาชิกในครอบครัวก็อาจจะตกลงผ่านเอกสารทางกฎหมาย โดยเป็นข้อบังคับ สัญญาผู้ถือหุ้น หรือธรรมนูญครอบครัว ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ การคุยกันบ่อยๆ ย่อมจะลดความขัดแย้ง หรือเมื่อมีความขัดแย้งก็จะสามารถกำหนดหรือแก้ไขได้โดยการสื่อสารพูดคุยกัน เพราะอย่างน้อยสมาชิกในครอบครัวก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขและเป็นบุคคลที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ความเข้าใจ ความรับผิดชอบร่วมกัน

C ที่สี่ คือ Conflict Resolution หมายถึงกระบวนการระงับข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัว แน่นอนถึงแม้ว่าจะมีการจัดโครงสร้าง Corporate Structure ที่ดี มีการจัด Compensation ที่เหมาะสม มีการสื่อสารหรือ Communication ครบถ้วนก็ตาม ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะมีความเห็นขัดแย้งกันในการทำธุรกิจ ทั้งในเรื่องส่วนตัวและในเรื่องธุรกิจ ดังนั้นกระบวนการระงับข้อพิพาท หรือ Conflict Resolution ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ควรมีกำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการไกล่เกลี่ย ประนีประนอม การคุยกัน กระบวนการซื้อขายหุ้นระหว่างกัน การกำหนดราคาการซื้อขาย หรือการที่จะให้การระงับข้อพิพาทนั้นอยู่ในแวดวงของสมาชิกในครอบครัวก่อนจะนำข้อพิพาทไปสู่บุคคลภายนอก กระบวนการระงับข้อพิพาทเหล่านี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องระบุไว้ในเอกสารทางกฎหมาย เช่น ข้อบังคับ สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ธรรมนูญครอบครัว อีกเช่นกัน สิ่งที่สำคัญของกระบวนการ Conflict Resolution หรือการระงับข้อพิพาทของสมาชิกในครอบครัวนั้น จะนำวิธีการในการระงับข้อพิพาททางธุรกิจแท้ๆ มาใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การกำหนด การขอความเห็นชอบ การไกลเกลี่ย ประนีประนอม เพราะในระหว่างสมาชิกในครอบครัวมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สัมพันธ์ส่วนบุคคลในการคุยกันหรือบุคคลที่สามที่ได้รับการเคารพนับถือของสมาชิกในครอบครัวที่แตกต่างกับข้อพิพาททางธุรกิจโดยปกติโดยอาจจะมีความแตกต่างในเรื่อง เช่น ถ้าหากจะต้องมีซื้อขายหุ้นกัน การกำหนดราคาจะต้องถือเป็นราคาที่มากกว่าราคาโดยทั่วไป เช่น ราคาบัญชี หรือราคาผู้ประเมินอิสระ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่าบวกกับกำไร (Premium) เป็นร้อยละเท่าไรของราคาที่กำหนด เพราะการซื้อขายหรือการขายหุ้นกันในสภาครอบครัวหรือระหว่างสมาชิกในครอบครัว ถือเป็นการให้เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนกับสมาชิกในครอบครัว จะใช้หลักธุรกิจมาเกี่ยวข้องไม่ได้ โดยในบางกรณีอาจรวมถึงการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินบางอย่างระหว่างกันก็ได้

ความจริงแล้วกระบวนการที่จะแก้ไขข้อพิพาทของสมาชิกในครอบครัวในเรื่องการซื้อขายหุ้น ถ้าหากธุรกิจครอบครัวนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โอกาสที่การระงับข้อพิพาทหรือการขายหุ้นของสมาชิกในครอบครัวก็ย่อมสามารถกระทำได้เนื่องจากมีราคาตลาด แต่ถึงกระนั้นก็ดี การซื้อราคาแพงกว่าราคาตลาดก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกในครอบครัว

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะต้องกำหนดวิธีการ แนวทาง และความเข้าใจของสมาชิกในครอบครัวว่า ก่อนที่จะนำเรื่องข้อพิพาทไปสู่กระบวนการทางกฎหมายนั้น สมาชิกในธุรกิจครอบครัวจะต้องตระหนักถึงผลเสีย ชื่อเสียง ความรักและความเข้าใจในครอบครัวเป็นสำคัญ และข้อสุดท้ายไม่ว่า 4C ที่ผ่านมาจะมีผลในทางกฎหมายเช่นไรแล้ว สิ่งที่สำคัญนอกเหนือจาก 4C ที่ว่านี้ก็คือ C ที่ 5 ไว้ฉบับหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ