
พณ.ลุ้นสภาผ่านเอฟทีเอไทย-เปรู
“พาณิชย์” ลุ้นสภาผ่านเอฟทีเอไทย-เปรู ก่อนเตรียมลงวันที่ 18 พ.ย. หลังพลาดลงนามช่วงการประชุมรัฐมนตรีเอเปกไปแล้ว เผย2 ประเทศจะลดภาษีสินค้ารวมเกือบ 8,000 รายการเหลือ 0% ทันที
“พาณิชย์” ลุ้นสภาผ่านเอฟทีเอไทย-เปรู ก่อนเตรียมลงวันที่ 18 พ.ย. หลังพลาดลงนามช่วงการประชุมรัฐมนตรีเอเปกไปแล้ว เผย2 ประเทศจะลดภาษีสินค้ารวมเกือบ 8,000 รายการเหลือ 0% ทันที
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า การประชุมรัฐสภาในที่ 16 พ.ย. 2553 คาดว่าที่ประชุมจะผ่านความเห็นชอบการลงนามในพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ของข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-เปรู และจากนั้นจะมีการลงนามกับรัฐมนตรีช่วยการค้าเปรู ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หลังจากที่ไม่สามารถลงนามกันได้ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) เมื่อวันที่ 10-12 พ.ย.ที่ผ่านมาได้
ทั้งนี้ เมื่อมีการลงนามกันแล้ว คาดว่าเอฟทีเอจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปีหน้า และจะทำไทยได้รับประโยชน์จากการยกเลิกภาษีทันทีของเปรู ทั้งสิ้น 3,985 รายการ หรือ 54.2% ของรายการทั้งหมด คิดเป็น 77.17% ของมูลค่านำเข้าเฉลี่ยจากไทยในปี 2549-2552 ที่มีมูลค่า 132.24 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนไทยจะยกเลิกภาษีทันทีให้กับการนำเข้าสินค้าจากเปรู 3,844 รายการ หรือ 46.3% ของรายการทั้งหมด คิดเป็น 92.1% ของมูลค่านำเข้าเฉลี่ยจากเปรูในปี 2549-2552 ที่มีมูลค่า 70.78 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากการที่เปรูได้จัดทำเอฟทีเอกับอีกหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก แคนาดา สหภาพยุโรป สิงคโปร์ และจีน รวมทั้งมีแผนที่จะเจรจาเอฟทีเอกับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งการที่เปรูได้ทำเอฟทีเอกับหลายประเทศ ทำให้เปรูสามารถเป็นช่องทางในการขยายตลาดส่งออกของไทยไปสู่ตลาดลาตินอเมริกาและทวีปอเมริกาเหนือได้
ขณะเดียวกัน ไทยสามารถใช้เปรูเป็นฐานการผลิตหรือร่วมทำธุรกิจกับเปรู เพื่อส่งออกสินค้าไปยังตลาดที่ได้ทำความตกลงเอฟทีเอ กับเปรู โดยสินค้าและธุรกิจที่มีศักยภาพ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ เหมืองแร่ และประมง เป็นต้น อีกทั้งเปรูเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและสินแร่ต่างๆ ได้แก่ สินแร่สังกะสี สินแร่ดีบุก รัตนชาติ ด้ายและผ้าทอขนสัตว์ จึงเป็นโอกาสดีของผู้นำเข้าไทยที่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากเปรูได้ในราคาถูกจากภาษีนำเข้าที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดทำรายละเอียดและเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) พิจารณาให้ไทยเจรจาเปิดเสรีเพิ่มเติมกับเปรูในภาคการค้าบริการ และการลงทุนทันที หลังการเปิดเสรีการค้ามีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อให้มีการเปิดเสรีเอฟทีเอเต็มรูปแบบ







