จับตาครึ่งปีหลังยอดจดตั้งธุรกิจใหม่ ฝ่าปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ การเมือง
ยอดจดทะเบียนธุรกิจช่วง 5 เดือนหลังยังน่าเป็นห่วง หวั่นภาวะเศรษฐกิจ-การเมืองฉุดเชื่อมั่นของผู้ประกอบกับ แม้ล่าสุดเดือนก.ค.การจัดตั้งธุรกิจจะยังขยายตัว 16% สูงสุดในรอบ5 ปีก็ตาม
ยอดจดทะเบียนธุรกิจช่วง 5 เดือนหลังยังน่าเป็นห่วง หวั่นภาวะเศรษฐกิจ-การเมืองฉุดเชื่อมั่นของผู้ประกอบกับ แม้ล่าสุดเดือนก.ค.การจัดตั้งธุรกิจจะยังขยายตัว 16% สูงสุดในรอบ5 ปีก็ตาม
นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึง แนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ เมื่อประเมินจากอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ(จีดีพี) แนวโน้มด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมไปถึงการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจตามฤดูกาล (Seasonal Trend) ยังมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการจัดตั้งธุรกิจสำหรับไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้
สำหรับยอดจดทะเบียนธุรกิจล่าสุด เดือนก.ค. 2562 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศ 6,459 ราย สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.จำนวน 5,586 ราย เพิ่มขึ้น 873 ราย คิดเป็น 16% และเมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2561 จำนวน 5,964 ราย เพิ่มขึ้น 495 ราย คิดเป็น 8% โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 596 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 330 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 211 ราย คิดเป็น 3%
ทั้งนี้มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ เดือนก.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 22,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,719 ล้านบาท หรือ 51% เทียบกับเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 15,147 ล้านบาท ขณะที่ยอดธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนก.ค. มีจำนวน 1,594 ราย เพิ่มขึ้น 330 หรือ 26% เทียบกับเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 1,264 ราย โดยประเภทธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 143 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 99 ราย คิดเป็น 6% และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ จำนวน 31 ราย คิดเป็น 2% ตามลำดับ
ขณะที่มูลค่าทุนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ เดือนก.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 8,279 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. 2562 จำนวน 4,973 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,306 ล้านบาท คิดเป็น 66% และเมื่อเทียบกับเดือนก.ค. 2561 จำนวน 6,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,997 ล้านบาท คิดเป็น 32%
ด้านการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวเดือนก.ค. มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 64 ราย แบ่งเป็น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 25 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 39 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 10,822 ล้านบาท ซึ่งนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 18 ราย เงินลงทุนกว่า 4,502 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 9 ราย เงินลงทุน 1,154 ล้านบาท และฮ่องกง 6 ราย เงินลงทุน 2,808 ล้านบาท
การเปรียบเทียบการลงทุนรายเดือน เมื่อเปรียบเทียบการเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติในเดือนกรกฎาคม กับเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า จำนวนธุรกิจที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 22 ราย หรือประมาณ 52% ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 2,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30%


