
คาดได้ข้อสรุปเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดสิ้นปีนี้
รมช.พาณิชย์ คาดได้ข้อสรุปโครงการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ภายในเดือนธ.ค.นี้ พร้อมส่ง ครม.พิจารณา
รมช.พาณิชย์ คาดได้ข้อสรุปโครงการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ภายในเดือนธ.ค.นี้ พร้อมส่ง ครม.พิจารณา
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจการค้าชายแดนไทย-พม่า ซึ่งมีตนเป็นประธาน
จะพิจารณารูปแบบของโครงการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. 2496 ที่จะต้องมีการจัดองค์กรของรัฐขึ้นมากำกับบริหาร มีคณะกรรมการ (บอร์ด) ขององค์กร คาดว่าจะได้ข้อสรุปและภายในเดือน ธ.ค.นี้ และสามารถส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแผนธุรกิจของเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดได้
“ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำแผนธุรกิจว่าจะมีรูปแบบบริหารองค์กรในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดอย่างไรซึ่งจะต้องมีการทำโมเดลออกมา โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะไม่ใช่แค่นิคมอุตสาหกรรม แต่จะเป็นฐานการผลิตของในภูมิภาคเอเชีย เบื้องต้นคือให้เอกชนเข้ามาลงทุน และรัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องการเช่าพื้นที่ที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจะมีการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างรัฐและเอกชน พร้อมทั้งจูงใจผ่านมาตรการทางภาษีผ่านการส่งเสริมของบีโอไอ ภาพที่เห็นง่ายๆคือโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจเซิ่นเจิ้น ของจีน เป็นต้น”
ทั้งนี้ สิ่งที่จะดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดและจะใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษไปยังภูมิภาคอื่นของไทยทั้งตะวันออกเฉียงเหนือ- ใต้ คือจะใช้ที่ดินในราคาต่ำมาแรงจูงใจ รวมทั้งใกล้กับแหล่งวัตถุดิบสำคัญทั้งแรงงานและวัตถุดิบของพม่า โดยประโยชน์ที่พม่าจะได้รับคือการจ้างงาน การลงทุน และธุรกิจกลับคืนไป เบื้องต้นได้มีการหารือทวิภาคีกับทางญี่ปุ่น ในโอกาสที่มาประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ซึ่งทางญี่ปุ่นก็สนใจที่จะเข้าไปลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ในนั้น
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาการเมืองในพม่าขณะนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เพราะเชื่อว่าเป็นเพียงสถานการณ์ระยะสั้นและจะจบลงโดยเร็ว แต่การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นประโยชน์ระยะยาว และยังมีเป้าหมายระหว่างไทยและพม่าในการวางท่อก๊าซเมวดี-แม่สอด เพื่อให้เป็นแหล่งพลังงานของทางภาคเหนือต่อไป







