posttoday
พาณิชย์ ขอผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตรึงราคาถึงสิ้นปี

พาณิชย์ ขอผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตรึงราคาถึงสิ้นปี

12 พฤศจิกายน 2553

“พาณิชย์” กล่อม ผู้ประกอบการปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และเครื่องจักรกลการเกษตร ตรึงราคาขายสินค้าถึงสิ้นปี พร้อมจัดปุ๋ยธงฟ้าลดราคา 5-10% เข้าเจาะตลาดเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

“พาณิชย์” กล่อม ผู้ประกอบการปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และเครื่องจักรกลการเกษตร ตรึงราคาขายสินค้าถึงสิ้นปี พร้อมจัดปุ๋ยธงฟ้าลดราคา 5-10% เข้าเจาะตลาดเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการกลุ่มปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช อุปกรณ์การเกษตร และเครื่องจักรกลการเกษตร ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาขายสินค้าไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยในกลุ่มปุ๋ยยืนยันว่าราคาปุ๋ยสำหรับช่วงนาปีที่เหลือ หรือที่จะใช้ในการปลูกซ่อมจากนี้ถึงเดือนธ.ค. จะไม่มีการขึ้นราคา และขอให้ช่วยกำชับยี่ปั๊ว ซาปั๊วให้จำหน่ายปุ๋ยในราคาเดิมด้วย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการกลุ่มปุ๋ยยินดีจะให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งจะบริจาคปุ๋ย และผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เช่น เมล็ดพันธุ์ เคมีการเกษตรให้แก่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อไป ตลอดจนกระทรวงพาณิชย์จะจัดโครงการปุ๋ยธงฟ้า ลดราคาขายปุ๋ยให้ 5-10% โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรรายย่อย ซึ่งกระทรวงพาณิชน์จะประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดูว่ามีผู้ต้องการอยู่ในพื้นที่ไหน ปริมาณเท่าไหร่ และจะเจาะจงไปขายในเฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่เป็นการจัดโครงการทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลหน้า ที่จะเริ่มจากต้นปีเป็นต้นไป ขอให้ผู้ใช้ปุ๋ยวางแผนการผลิต และการใช้ปุ๋ยให้ดี เนื่องจากขณะนี้ราคาปุ๋ยวัตถุดิบหรือแม่ปุ๋ยที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เช่น ปุ๋ยยูเรียในช่วงเดือนมิ.ย.2553 ราคาอยู่ที่ระดับ 277 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่เดือนธ.ค.นี้ราคาปรับตัวขึ้นมาอยู่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ปุ๋ยฟอสเฟตปรับตัวขึ้นจาก 490 เหรียญสหรัฐต่อตัว มาอยู่ที่ 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน

รวมทั้งบางประเทศที่เป็นผู้ผลิต และผู้ใช้ปุ๋ยรายใหญ่ของโลก เช่น จีน เริ่มมีการเก็บภาษีส่งออกปุ๋ยแล้ว ซึ่งจะทำให้ส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยในอนาคตอย่างมาก

สำหรับกลุ่มยากำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์การเกษตร และเครื่องจักรกลการเกษตร ก็ยืนยันที่จะไม่ขึ้นราคาในช่วงนี้ ไปจนถึงสิ้นปี แม้ว่าต้นทุนการผลิตบางชนิดจะเพิ่มขึ้น เช่น เหล็ก แต่ผู้ประกอบการยังคงบริหารจัดการได้อยู่ เนื่องจากตอนนี้ยังได้เปรียบในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

นายยรรยง กล่าวว่า ขณะนี้กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างกาตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์ม เพื่อให้รู้ปริมาณที่แน่นอน เนื่องจากตอนนี้ผลผลิตปาล์มลดลงอย่างมาก โดยจะตรวจสอบตั้งแต่สวนปาล์ม โรงสกัดปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ว่าน้ำมันไปตกค้างอยู่ตรงจุดไหน คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ เพราะปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อราคาขายน้ำมันปาล์มในปัจจุบัน ที่ขายอยู่ในราคาที่สูงกว่าปกติ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ