posttoday

ภาษีความหวานพ่นพิษอุตสาหกรรมน้ำตาล คนไทยบริโภคลดลง

01 สิงหาคม 2562

สอน. จับตาผลกระทบจากการขึ้นภาษีความหวานฉุดความต้องการใช้ในประเทศลดลง หลัง 3 ปีปริมาณการบริโภคยังทรงตัวต่อเนื่อง

สอน. จับตาผลกระทบจากการขึ้นภาษีความหวานฉุดความต้องการใช้ในประเทศลดลง หลัง 3 ปีปริมาณการบริโภคยังทรงตัวต่อเนื่อง

นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า มีการตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีความหวาน อาจทำให้ภาคเอกชนหลายรายเปลี่ยนสูตรการผลิตสินค้า โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลและทำให้ในอนาคตความต้องการอ้อยที่นำมาใช้ผลิตน้ำตาลลดลง จนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งเรื่องดังกล่าวสอน.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้หากพิจารณาจากปริมาณการบริโภคน้ำตาลทรายภายในประเทศตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งมีปริมาณการบริโภคอยู่ที่ 2.6 ล้านตัน ปี 2561 มีปริมาณการบริโภคอยู่ที่ 2.5 ล้านตัน และในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน มีการบริโภคน้ำตาลทรายไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนม.ค. – ก.ค.) จำนวน 1.46 ล้านตัน และไทยคาดว่าจะมีปริมาณการบริโภคในปีนี้ประมาณ 2.6 ล้านตัน จะเห็นได้ว่าจากการการบริโภคน้ำตาลทราย 3 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตามการบริโภคน้ำตาลทรายภายในประเทศจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือผู้บริโภคโดยตรงและผู้บริโภคโดยอ้อม โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำตาลให้กับผู้บริโภคโดยอ้อมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 5.8 แสนตัน และปริมาณการจำหน่ายในปี 2562 อยู่ที่ 5.7 แสนตัน จะเห็นได้ว่ามีปริมาณใกล้เคียงกันโดยลดลงราว 10,000 ตัน และจากสถานการณ์อ้อยและน้ำตาลของไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่า มีการขยายตัวของพื้นที่ปลูกอ้อย ซึ่งมีปริมาณอ้อยเข้าหีบและผลผลิตน้ำตาลสูงขึ้นต่อเนื่องโดยเฉลี่ย 12 –14 %

ขณะที่ ปริมาณการบริโภคน้ำตาลในประเทศและการส่งออกน้ำตาลมีอัตราการขยายตัวค่อนข้างคงที่ ประมาณ 5 - 6% ต่อปี ส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำตาลของไทยเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับภาวะราคาอ้อยและราคาน้ำตาลในตลาดโลกยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ยิ่งเป็นแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของราคาอ้อยที่ตกต่ำ ซึ่งการขึ้นภาษีความหวานอาจเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งเท่านั้น

นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาล โดยในปัจจุบันกระแสนิยมการบริโภคน้ำตาลของคนไทยที่ให้ความสนใจกับมารักษาสุขภาพลดการบริโภคน้ำตาลลงตามกระแสนิยม

ปัจจุบันการนำอ้อยและผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลไปต่อยอดในการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพซึ่งมีมูลค่าสูง ถือเป็นทางออกและการเพิ่มมูลค่าและเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่ยั่งยืน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายจะดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมถึงอุตสาหกรรมชีวภาพอย่างต่อเนื่องและดูแลระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายต่อไป

 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดแตก! เม็ดเงินเสี่ยงไหลเข้า SET ลุ้นไฮเดิม 1,345 จุด