
ต่างชาติชูหุ้นไทย ติดท็อป 10 น่าลงทุน
นายสเตฟาน โฮเฟอร์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนในทีมบริการด้านการลงทุนของแอลจีที แบงก์ เอเชีย (LGT Bank Asia) ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติมีมุมมองตลาดหุ้นไทยในขณะนี้เป็น Safe Heaven หรือหลุมหลบภัยชั่วคราว
นายสเตฟาน โฮเฟอร์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนในทีมบริการด้านการลงทุนของแอลจีที แบงก์ เอเชีย (LGT Bank Asia) ซึ่งตั้งอยู่ในฮ่องกง กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติมีมุมมองตลาดหุ้นไทยในขณะนี้เป็น Safe Heaven หรือหลุมหลบภัยชั่วคราว
นอกจากนี้ยังจัดให้หุ้นไทยติด 1 ใน 10 อันดับแรกของตลาดที่น่าลงทุน โดยจะเห็นได้ว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะมีวิกฤติเศรษฐกิจหรือปัญหาการเมือง แต่เศรษฐกิจสามารถปรับตัวกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ในสถานะที่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้หากเฟดปรับลดดอกเบี้ยลง เพราะเงินเฟ้อยังไม่สูง และการขยายตัวสินเชื่อยังค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ สูงเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบให้เงินบาทแข็งค่ามากชึ้น
"การเมืองไทยแม้จะยังมีความวุ่นวายบ้าง แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมก็ยังดำเนินต่อไปได้ ดังนั้นเรื่องการเมืองจึงไม่ใชประเด็นหลักของนักลงทุนต่างชาติ แต่เป็นเรื่องสงครามการค้าที่ต่างชาติให้ความสำคัญอันดับแรก " นายสเตฟาน กล่าว
โดยขณะนี้ แอลจีที ให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและเอเชียแปซิฟิกที่ระดับ"เท่ากับตลาด" หรือ Neutralจากเมื่อต้นปี 2562 ให้น้ำหนัก"มากกว่าตลาด" หรือ Overweight
สาเหตุที่ปรับลดน้ำหนักการลงทุน ถือเป็นการปรับพอร์ตเพื่อทำกำไรและลดความผันผวนตามปกติ หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว โดยเมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ก็จะกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเอเชียแปซิฟิกและไทย
นายสเตฟาน แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า โดยให้จัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยงดังนี้ ลงทุนในหุ้น 48 % โดยครึ่งหนึ่ง หรือ 24% ให้น้ำหนักตลาดหุ้นสหรัฐฯ รองลงมาเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นในยุโรป และสัดส่วน 40 % ลงทุนตราสารหนี้ ส่วนที่เหลืออีก 12 % ลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์) และทองคำ
สำหรับ แอลจีที (LGT)เป็นกลุ่มธุรกิจบริหารด้านไพรเวทแบงก์และการลงทุนทรัพย์สินของราชวงศ์แห่งลิกเตนสไตน์ (Princely House of Liechtenstein)โดยเป็นบริษัทชั้นนำที่ดำเนินงานบริการด้านการเงินระดับนานาชาติ มุ่งเน้นการบริการไพรเวท แบงก์ และการบริหารทรัพย์สิน ปัจจุบันมีสำนักงานมากกว่า 20 แห่งทั่วทวีปยุโรป เอเชีย อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกกลาง รวมทั้งมีสำนักงานที่ฮ่องกง สิงคโปร์ และปีนี้ LGT เปิดสำนักงานด้านธนบดีธนกิจในไทย นับเป็นเวลากว่า 80 ปี แล้วที่ราชวงศ์ลิกเตนสไตน์เป็นเจ้าของกิจการ LGT







