ไทยเดินหน้าตรวจจับสินค้าละเมิด คงสถานะทางบัญชี WL
"พาณิชย์" เร่งพัฒนากฏหมาย เพิ่มประสิทธิภาพจดทะเบียนสิทธิบัตร รักษาสถานะทรัพย์สินทางปัญญาในบัญชี WL
"พาณิชย์" เร่งพัฒนากฏหมาย เพิ่มประสิทธิภาพจดทะเบียนสิทธิบัตร รักษาสถานะทรัพย์สินทางปัญญาในบัญชี WL
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่าไทยยังต้องเดินหน้าพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ การปรับปรุงพัฒนากฎหมาย และการเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนสิทธิบัตร เพื่อรักษาสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) ประจำปี 2562 ซึ่งถือว่าปีนี้ไทยสามารถรักษาสถานะอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch list: WL)ได้อีก หลังจากที่สหรัฐฯได้ปรับสถานะไทยให้ดีขึ้นจากบัญชีที่ต้องจับต้องพิเศษ (Priority Watch List: PWL) เป็น WL
ทั้งนี้นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐฯแล้ว การดำเนินการของไทยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเหมาะสมกับระดับการพัฒนาประเทศ รวมถึงกระตุ้นให้คนไทยเห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานและปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง
อย่างไรก็ตามการได้คงสถานะฯในบัญชี WL เนื่องจากสหรัฐฯเห็นว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาไทยได้ดำเนินนโนบายและการคุ้มครองรวมถึงการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญทุกเรื่องและทุกด้านทำงานเชิงบูรณการของหน่วยงานด้านการปราบปราม ซึ่งทำให้เกิดผลที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถทำลายของกลางในแต่ละปีจำนวนมาก และยังได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
นอกจากนี้สหรัฐฯยังได้ชื่นชมแนวทางการคุ้มครองและส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การมีระบบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริดฯ การเสนอแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจดทะเบียนและเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต
"การจัดสถานะฯปีนี้ถือว่าน่าพอใจจากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด อาทิ กอ.รมน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. และสำนักงาน อย. เป็นต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีเช่นนี้ต่อไป แม้สหรัฐฯ ได้แสดงความชื่นชมในความพยายามของไทยในหลายด้านก็ตาม"นายทศพล กล่าว


