posttoday
ไฮเนเก้นรุกซื้อกิจการเบียร์เพิ่ม5แบรนด์

ไฮเนเก้นรุกซื้อกิจการเบียร์เพิ่ม5แบรนด์

08 พฤศจิกายน 2553

ยุทธศาสตร์ไฮเนเก้น กว้านซื้อกิจการเบียร์ระดับโลก เล็งทำตลาดเพิ่มไม่ต่ำกว่า5แบรนด์ใหม่ ปลุกตลาดเบียร์พรีเมียม7พันล.บาทคืนชีพปีหน้า หลังตลาดรวมตกนาน3ปี เพิ่มงบตลาด10%บุกสื่ออนไลน์หลบกม.น้ำเมาคุมเข้ม

ยุทธศาสตร์ไฮเนเก้น กว้านซื้อกิจการเบียร์ระดับโลก เล็งทำตลาดเพิ่มไม่ต่ำกว่า5แบรนด์ใหม่ ปลุกตลาดเบียร์พรีเมียม7พันล.บาทคืนชีพปีหน้า หลังตลาดรวมตกนาน3ปี เพิ่มงบตลาด10%บุกสื่ออนไลน์หลบกม.น้ำเมาคุมเข้ม

นายแอนดรูว์ ลามอนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ บริษัทไทยเอเชียแปซิฟิก บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและทำตลาดเบียร์ไฮเนเก้น,ไทเกอร์เบียร์ และ เบียร์เชียร์ เปิดเผยว่าบริษัทรับนโยบายการดำเนินธุรกิจจากบริษัทแม่ ประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อทำตลาดเชิกรุกผลิตภัณฑ์เบียร์ระดับบน(พรีเมียม)แบรนด์อื่นๆมากขึ้น โดยเตรียมแผนนำเข้าสินค้าใหม่กลุ่มพรีเมียมเข้ามาทำตลาดในประเทศมากขึ้น หลังบริษัทแม่ เข้าซื้อกิจการของผู้ผลิตเบียร์ระดับโลก2แห่ง คือ บริษัทสกอตทิช แอนด์ นิวคาสเซิล ในปี51 และล่าสุดบริษัทเฟมซ่าในปีนี้ ทำให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์เบียร์หลากหลายยี่ห้อทำตลาดมากขึ้นเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เบียร์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบริษัทอินเบฟ 

ล่าสุดบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์เบียร์จากต่างประเทศ 2แบรนด์ คือ ไทเกอร์ เชียร์ กินเนสส์ และคิลเคนนี เริ่มวางจำหน่ายในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการเจรจากับผลิตภัณฑ์เบียร์ในกลุ่มพรีเมียมจากต่างประเทศอีก 5-6 รายหลักเพื่อนำเข้ามาทำตลาดภายในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าในปี2554 จะมีผลิตภัณฑ์เบียร์อีกไม่ต่ำกว่า 2แบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาด แนวทางดังกล่าวเพื่อเพิ่มมูลค่าเบียร์ระดับบนจากสัดส่วน 6% ในปัจจุบันเป็นสัดส่วน8 -10% ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อตอกย้ำตำแหน่งบริษัทในฐานะผู้ทำตลาดเบียร์ระดับบนในไทย

นายปัญญา ปัญญา ผ่องธัญญา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ กล่าวว่าจากกลยุทธ์การขยายไลน์เบียร์พรีเมียมเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทตั้งเป้าอัตราเติบโตในปีนี้ไว้ที่ 6% สวนทางกับตลาดเบียร์ในภาพรวมที่คาดว่าจะยังเติบโตแบบทรงตัวหรือติดลบหากยังมีปัจจัยการเมืองหรือนักท่องเที่ยวยังไม่เดินทางเข้ามาในเมืองไทย โดยในปีนี้คาดผลประกอบการบริษัทจะติดลบราว2% ซึ่งถือว่ายังเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดเบียร์ มูลค่า 96,970 ล้านบาทที่คาดว่ายังลดลงต่อเนื่องอีก  5%  โดยแบ่งเป็นตลาดเบียร์สแตนดดาร์ด มูลค่า 7,895 ล้านบาท โดยเบียร์สิงห์ ครองส่วนแบ่งสูงสุด 91% เติบโตลดลงมากสุด14% 

ส่วนเบียร์อีโคโนมูลค่า 82,145 ล้านบาท มีผู้เล่นหลักคือ ลีโอ, ช้าง , อาชา  และอื่น ๆ ปรับตัวลดลง 5% เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นที่มีราคาถูกว่า เช่น เหล้าเบลนด์ 285 เป็นต้น  ส่วนเซ็กเมนต์ระดับพรีเมียมมูลค่า 6,930 ล้านบาท โดยมีแบรนด์ไฮเนเก้นเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 85% และเป็นกลุ่มที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.1%

อย่างไรก็ตามตลาดเบียร์ระดับบนในไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น จากที่ผ่านมาตลาดเบียร์ใน เมืองไทยมีความแตกต่างจากตลาดเบียร์ในภูมิภาคอื่นๆ ที่จะมีสัดส่วนของตลาดพรีเมียมเป็นหลักแต่ตลาดไทย กลับมีตลาดพรีเมียมในสัดส่วนน้อยแต่มีตลาดอีโคโมนีเป็นกลุ่มหลัก ส่วนกลยุทธ์ในการทำตลาดสร้างแบรนด์เบียร์แบรนด์ใหม่ที่จะนำเข้ามาทำตลาด เพิ่มเติมในปี 54 จะมุ่งให้ควาสำคัญการทำตลาดผ่านสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นหลัก โดยจะเน้นสื่อสารเรื่องคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และการนำผลิตภัณฑ์เข้าไปใกล้ชิดกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอายุ25ปีขึ้นไป เนื่องจากไทยยังมีข้อห้ามในการทำตลาดตามพระราชบัญญัติ(พรบ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มงวด

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69