
บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะลงทุนหุ้นดิจิทัลโลก
เปิดโผ 7 ธุรกิจมาแรง หุ้นในพอร์ตมีบริษัทดัง Facebook Google at&t PayPal Tencent
เปิดโผ 7 ธุรกิจมาแรง หุ้นในพอร์ตมีบริษัทดัง Facebook Google at&t PayPal Tencent
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนในขณะนี้ว่า ธีมการลงทุนในหุ้นดิจิทัลที่อยู่ในเมกะเทรนด์ของโลกถือเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้กับผู้ลงทุน ด้วยกระแส Disruption และนวัตกรรม (Innovation) จึงมีโอกาสอยู่มากสำหรับการเติบโตของบริษัทในกลุ่มของดิจิทัล
เนื่องจากผู้ใช้งานทั้งที่เป็นรายย่อยและผู้ประกอบการในปัจจุบัน เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อประโยชน์ในการเลือกใช้สินค้าและบริการ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้งาน ลดต้นทุนในการผลิตในระยะยาว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สำหรับบลจ.ไทยพาณิชย์ มีการจัดสรรการลงทุนตามธีมลงทุนดังกล่าว เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนตามการเติบโตของเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยมีกองทุนที่แนะนำ คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลดิจิตอล (SCBDIGI) เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Pictet – Digital ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I USD สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) บริหารโดย PICTET Asset Management จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS (มาตรฐานเพื่อการซื้อขายกองทุนข้ามประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป: Undertaking for Collective Investments in Transferable Securities)
โดยกองทุนหลัก Pictet - Digital เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ได้รับผลประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธีมดิจิทัลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่จะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในหลายๆ ด้าน โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่
1.เศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ Sharing Economy ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือบริการบน Uber ที่เน้นการใช้งานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
2.ฟินเทคที่ช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมออนไลน์ทั้งในสถาบันการเงินขนาดใหญ่และร้านค้าปลีก
3.โซเชียล มีเดีย ธุรกิจที่ให้บริการดิจิทัล แพลตฟอร์มแก่ผู้ใช้งานบนสังคมออนไลน์
4.บิ๊กดาต้า ธุรกิจที่ให้บริการในการวิเคราะห์พฤติกรรมความสนใจของผู้บริโภคที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตรวมถึงฐานข้อมูลอื่น ๆ
5.คลาวด์ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดเก็บข้อมูลแบบไร้ขีดจำกัดแทนที่การจัดเก็บข้อมูลในฮาร์ดแวร์แบบดั้งเดิม
6.Internet of things ระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานและอุปกรณ์ เช่น การควบคุมระบบวงวจรไฟฟ้าภายในบ้านผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั่งการสำรวจตำแหน่งบุคคลหรือสถานที่ผ่านสัญญาณ GPS
และ 7.E-health ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยในการจัดเก็บและติดตามอาการผู้ป่วย ทั้งนี้มองว่าในกลุ่มของ Healthcare และ Fintech ยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก เพราะปัจจัยเสริมในแง่ของการวิจัยและพัฒนา (R&D) และแนวโน้มของเม็ดเงินที่ทยอยเข้ามาลงทุนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี
กองทุนหลัก Pictet-Digita มีกลยุทธ์ในการเลือกลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลโดยตรง ทั้งนี้ขั้นต่ำ 20% รายได้ของบริษัทจะต้องมีที่มาจากธีมดิจิทัล มีจำนวนหุ้นในพอร์ตประมาณ 40-70 บริษัท โดยมีหุ้น 10 อันดับแรกที่ลงทุน เช่น Facebook, Google, at&t, PayPal และ Tencent เป็นต้น (ที่มา : Pictet Asset Management ข้อมูล ณ 28 ก.พ. 2562)







