
เถ้าแก่น้อยมุ่งโกลบอลแบรนด์ เจาะตลาดใหม่อเมริกา-ยุโรป
เถ้าแก่น้อยตอกย้ำกลยุทธ์ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง ดึง F4
เถ้าแก่น้อยตอกย้ำกลยุทธ์ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง ดึง F4 พรีเซนเตอร์สาหร่าย พร้อมเดินหน้าสู่โกลบอลแบรนด์ ในปี 2567 ยอดขาย 1 หมื่นล้าน
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง เปิดเผยว่า ผ่านช่องทางบริษัทยังคงเดินหน้าทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง ด้วยการใช้ศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าแบรนด์เถ้าแก่น้อย โดยล่าสุดได้ใช้ F4 ซูเปอร์สตาร์เอเชียจากประเทศจีนเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อขยายตลาดสาหร่ายเถ้าแก่น้อย บิ๊กโรล สู่กลุ่มนักเรียนวัยรุ่น นักศึกษามากขึ้น เนื่องจากลูกค้าวัยรุ่นถือว่าเป็นฐานกำลังซื้อหลัก จากก่อนหน้านี้เคยใช้ศิลปินจากประเทศเกาหลีวง Got 7 และนิชคุณ หรเวชคุณ เป็นพรีเซนเตอร์
ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด 70% ในตลาดต่างประเทศมีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และในจีนแบรนด์เถ้าแก่น้อยเป็นผู้นำตลาดกลุ่มสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จากปัจจุบันกำลังการผลิตอยู่ที่ 5,000-6,000 ตัน/ปี ปีนี้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 6,000-7,000 ตัน/ปี ซึ่งกำลังการผลิตสูงสุดสามารถทำได้ 8,000-1 หมื่นตัน/ปี โดยตั้งเป้าว่าในปี 2567 จะมียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในเวลานั้นจะเรียกว่าได้ว่าเถ้าแก่น้อยเป็นสินค้าระดับโกลบอลแบรนด์
“ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 5,662 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% มาจากการขายสาหร่าย 4 ประเภท ได้แก่ 1 ประเภททอดมีสัดส่วน 40% สาหร่ายประเภทย่าง 40% สาหร่ายประเภทอบ 10% และสาหร่ายประเภทเทมปุระ 10% โดยสัดส่วนรายได้นั้นจะมาจากตลาดต่างประเทศ 60% ในประเทศ 40% ขณะเดียวกันยังมีแผนจะทำตลาดสหรัฐกับยุโรปอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มส่งสินค้าแบรนด์ Nora หรือโนรา ออกไปทำตลาดใน 2 ทวีปนี้มากขึ้น โดยเป็นการปั้นแบรนด์ใหม่ออกสู่ตลาดเนื่องจากแบรนด์เถ้าแก่น้อยนั้นออกเสียงได้ยากในกลุ่มลูกค้าฝรั่ง” นายอิทธิพันธ์ กล่าว
ทั้งกลยุทธ์สำคัญในการที่จะก้าวสู่โกลบอลแบรนด์จะต้องโฟกัสในประเทศที่มีโอกาสเติบโตมากขึ้นอย่างเช่น จีนจะเน้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์มีการเข้าไปทำตลาดแล้วในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว พร้อมกับการเข้าไปเปิดแฟล็กชิปสโตร์ ที่ทีมอลล์ ในจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งในปีที่ผ่านประเทศจีนมียอดขาย 2,000 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าหากยอดขายในจีนเกิน 3,000 ล้านบาท อาจจะมีการตั้งโรงงานผลิตที่นั่น
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดสาหร่ายในไทยปี 2561 มีมูลค่า 3,032 ล้านบาท เติบโต 5.2% โดยสาหร่ายประเภทย่างเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ 24.5% ขณะที่ตลาดสาหร่ายม้วน หรือบิ๊กโรล ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด 50 เติบโตถึง 35% เป็นตัวขับเคลื่อนตลาด







