
ปรับเกณฑ์บ้านคนจน
เพิ่มวงเงินกู้กลุ่มรายได้ไม่เกิน 2.5 หมื่น เป็น 4 หมื่นล้าน รัฐชดเชยดอกเบี้ย 4,000 ล้าน
เพิ่มวงเงินกู้กลุ่มรายได้ไม่เกิน 2.5 หมื่น เป็น 4 หมื่นล้าน รัฐชดเชยดอกเบี้ย 4,000 ล้าน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 มี.ค. เห็นชอบปรับกรอบการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง) ให้เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาท/เดือน มากขึ้น โดยมอบให้นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ไป จัดทำโครงการระยะที่ 2 (เฟส 2) ทันที
"เฟสที่ 2 ให้เน้นไปยังกลุ่มที่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ กลุ่มสร้างครอบครัวใหม่ และกระจายโครงการในต่างจังหวัด โดยจะไปรับฟังแนวทางการดำเนินโครงการใหม่ในการตรวจเยี่ยมการทำงานของ ธอส.ในสัปดาห์หน้า" นายสมคิด กล่าว
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า ได้ปรับกรอบวงเงินโครงการบ้านล้านหลัง โดยจัดสรรวงเงินกับกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท/เดือน จำนวน 4 หมื่นล้านบาท จากเดิม 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีผู้ยื่นจองสิทธิจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 2.5 หมื่นบาท ลดวงเงินเหลือ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีผู้ยื่นจองสิทธิน้อยกว่าวงเงินที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ ธอส.ต้องขอรับวงเงินชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากรัฐบาลอีก 789.66 ล้านบาท รวมเป็น 4,666.31 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ปี 2562-2567
สำหรับกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีหน่วยงานแสดงความกังวลว่าเงินในกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมจะไม่เพียงพอ ยืนยันว่าส่วนนี้จะไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะสำนักงบประมาณยืนยันว่าสามารถจัดสรร งบประมาณเข้าสู่กองทุนฯ เพื่อเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้
ภาพประกอบข่าว







