การค้าไทย-อาเซียนปี61พุ่ง13%พณ.ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจเพิ่ม
“พาณิชย์” ระบุ ยอดค้าไทยและอาเซียนปี 61 พุ่ง 13% มูลค่ากว่า 1.13 แสนล้านดอลลาร์ เตรียมใช้ประโยชน์ไทยเป็นประธานอาเซียนผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจเพิ่ม
“พาณิชย์” ระบุ ยอดค้าไทยและอาเซียนปี 61 พุ่ง 13% มูลค่ากว่า 1.13 แสนล้านดอลลาร์ เตรียมใช้ประโยชน์ไทยเป็นประธานอาเซียนผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจเพิ่ม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนในปี 2561 มีมูลค่า 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 13% แบ่งออกเป็นการส่งออกจากไทยไปอาเซียน 6.84 หมื่นล้านดอลลาร์ และนำเข้าจากอาเซียน 4.54 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสินค้าส่งออกหลักของไทย เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกล เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าหลักของไทย เช่น น้ำมันดิบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น
ทั้งนี้ จากการติดตามสถิติการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟตา ของปี 2561 พบว่า ไทยใช้สิทธิประโยชน์จากอาฟตาส่งออกไปอาเซียน 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 39.3% ของการส่งออกไปอาเซียน และนำเข้าโดยใช้สิทธิประโยชน์จากอาฟตา 9,300 ล้านดอลลาร์ หรือ 20.5% ของการนำเข้าจากอาเซียน สินค้าส่งออกที่ใช้สิทธิประโยชน์จากอาฟตามากที่สุด เช่น รถบรรทุกขนาดไม่เกิน 5 ตัน น้ำมันปิโตรเลียม น้ำตาล รถยนต์ส่วนบุคคล เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง/เพดาน เป็นต้น และสินค้านำเข้าที่ใช้สิทธิประโยชน์จากอาฟตามากที่สุด เช่น ส่วนประกอบยานยนต์ รถยนต์ขนส่งบุคคล มอนิเตอร์ โปรเจ็คเตอร์ ลวด เคเบิล มันสำปะหลัง เป็นต้น ซึ่งอาเซียนยังคงเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยด้วยสัดส่วนการค้ามากถึง 22.7%
นอกจากนี้ ในปี 2561 ที่ผ่านมา สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ได้ร่วมกันผลักดันประเด็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจ ที่ต้องการจะขยายการค้าการลงทุนจนเป็นผลสำเร็จ อาทิ 1) การส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการจัดทำความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน 2) การปรับปรุงการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน เพื่อรองรับการใช้งานระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน 3) การจัดทำความตกลงการค้าบริการอาเซียนและปรับปรุงความตกลงการลงทุนของอาเซียน และ 4) การสร้างสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เอื้ออำนวย เช่น การจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 ไทยในฐานะประธานอาเซียน ได้มีการนำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 3 ด้าน 13 ประเด็น ได้แก่
1. การเตรียมอาเซียนรับมืออนาคต เช่น การจัดทำแผนการทำงานด้านดิจิทัลและด้านนวัตกรรมของอาเซียน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 การส่งเสริมการดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ต่อผู้ประกอบวิชาชีพในสาขาต่างๆ ให้สามารถปรับตัวรับมือกับเทคโนโลยี
2. ความเชื่อมโยง เช่น การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ให้ครบทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และ3. การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เช่น การส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัย และการพัฒนาพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานชีวภาพในอาเซียน เป็นต้น โดยประเด็นเหล่านี้จะสอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และสอดรับกับความต้องการของอาเซียนและภาคเอกชนผู้ประกอบธุรกิจ


