
บ้านปูทุ่ม2.6หมื่นล.บุกถ่านหิน
บ้านปูทุ่มงบ 835 ล้านดอลลาร์ ขยายลงทุนถ่านหิน หลังความต้องการโตต่อเนื่อง
บ้านปูทุ่มงบ 835 ล้านดอลลาร์ ขยายลงทุนถ่านหิน หลังความต้องการโตต่อเนื่อง
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2561 มีรายได้จากการขาย 3,481 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีรายได้ 2,877 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีผลมาจากยังมีความต้องการถ่านหินอย่างต่อเนื่อง และปริมาณการขายถ่านหินและราคาถ่านหินที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 205 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีก่อนหน้า ที่มีกำไร 233 ล้านดอลลาร์
"ความต้องการถ่านหินมีอย่างต่อเนื่อง จึงได้ตั้งเป้าหมายปีนี้จะมีปริมาณการ ขายถ่านหิน 47 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ขายถ่านหินได้ 45 ล้านตัน และเตรียมงบประมาณ 835 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.6 หมื่นล้านบาท สำหรับการลงทุนปีนี้และปีหน้ารองรับขยายการลงทุนธุรกิจถ่านหิน-ธุรกิจ Greener ด้วย" นางสมฤดี กล่าว
โดยธุรกิจแหล่งพลังงานในปี 2561 มีรายได้จากการขายรวม 3,286 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น รายได้จากการขายถ่านหิน 2,998 ล้านดอลลาร์ ปริมาณขาย 43.1 ล้านตัน และรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติ 144 ล้านดอลลาร์ ปริมาณการขาย 7.08 หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุต
สำหรับกลุ่มธุรกิจพลังงานมีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 2.87 กิกะวัตต์ มีสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 16% จากการลงทุนทั้งหมด มีรายได้จากการขายรวมจากธุรกิจไฟฟ้า ไอน้ำ และ อื่นๆ จำนวน 196 ล้านดอลลาร์ ส่วนธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคาอยู่ที่ 151 เมกะวัตต์ มีกำลังการผลิตรวมจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 80 เมกะวัตต์/ชั่วโมง รวมทั้งล่าสุด บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเงินลงทุน 20 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 646 ล้านบาท
นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) กล่าวว่า ปีนี้จะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) 6 โครงการ กำลังการผลิตรวม 114.2 เมกะวัตต์ ได้แก่ ส่วนขยายโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ร่วมหลวนหนาน ระยะที่ 3 ในจีน และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 5 แห่ง ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าและโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตรวม 2,869 เมกะวัตต์







