
คลังยันสหรัฐอัดฉีดไม่กระเทือนไทย
รมว.คลัง ยืนยันมาตรการอัดฉีดสหรัฐไม่กระทบตลาดเงินไทยระยะสั้น แต่หวั่นมาตรการกลุ่มประเทศจี 20 ควบคุมบัญชีเดินสะพัด จะส่งผลกระทบให้ไทยถูกกีดกันทางการค้า ทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา
รมว.คลัง ยืนยันมาตรการอัดฉีดสหรัฐไม่กระทบตลาดเงินไทยระยะสั้น แต่หวั่นมาตรการกลุ่มประเทศจี 20 ควบคุมบัญชีเดินสะพัด จะส่งผลกระทบให้ไทยถูกกีดกันทางการค้า ทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะทยอยอัดฉีดเดือนละ 7.5 หมืนล้านเหรียญสหรัฐ จะไม่ส่งผลกระทบกับตลาดเงินของไทยในระยะสั้น เพราะเป็นไปตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานว่าจะมีการหารือกับผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน เพื่อหามาตรการรวมกันไม่เกิดการเก็งค่าเงินในภูมิภาคมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวคาดว่าสหรัฐจะมีมาตรการเพิ่มเติมที่กระทบกับเศรษฐกิจทุกประเทศในภูมิภาค เนื่องจากสหรัฐเสนอให้ประเทศในกลุ่มจี 20 ควบคุมดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ให้บวกลบเกิน 4% ซึ่งจะมีการนำไปหารือกันอีกครั้งในระดับผู้นำจี 20 ในช่วงปลายเดือนนี้ โดยมาตรการดังกล่าว หากไม่มีการดำเนินการที่เหมาะสม อาจทำให้ประเทศต่างๆ ใช้วิธีการกีดกันทางการค้า เพื่อควบคุมการนำเข้าเพื่อให้บัญชีเดินสะพัดอยู่ในกรอบที่กำหนด ซึ่งจะกระทบกับผู้ส่งออกซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย
รมว.คลัง กล่าวว่า ในการประชุมรัฐมนตรีครั้งเอเปค ที่ประเทศญี่ปุ่นในสัีปดาห์นี้ จะหารือร่วมกับรัฐมนตรีคลังอาเซียน เพื่อแสดงจุดยืนกับมาตรการดังกล่าว และจะมีการหารือกับรมว.คลังสหรัฐในวันที่ 6 พ.ย. 2553 ถึงผลกระทบมาตรการควบคุมบัญชีเดินสะพัดของกลุ่มประเทศจี 20 กับเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน
"ผมคิดว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือการปรับอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละประเทศให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ แต่การออกมาตรการควบคุมบัญชีเดินสะพัดให้อยู่ในกรอบเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้เกิดสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม" นายกรณ์ กล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า แนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทำให้การแข่งขันด้วยราคา โดยเฉพาะกำหนดราคาเป็นดอลลาร์จะยากขึ้น ดังนั้น ผู้ส่งออกต้องมีการปรับตัว ขณะนี้ก็พบว่าผู้ส่งออกขยายตลาดส่งออกกว้างขึ้น จากเดิมที่พึ่งพาตลาดยุโรปและสหรัฐถึง 60% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะนี้เหลือ 20% ส่วนที่เหลือส่งออกประเทศที่ค่าเงินแข็งค่าด้วย เพราะยังมีกำลังซื้อยังอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ส่งออกไทยกำหนดราคาสินค้าเป็นเงินสกุลอื่นได้มากขึ้น หรือเจรจาในการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพราะผู้ซื้อที่ค่าเงินแข็งเช่นกัน ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ จะทำให้เรารักษาส่วนต่างกำไรได้
"กรณีของสหรัฐ คิดว่าผลกระทบมี แต่ในแง่กลับกัน หากนโยบายสหรัฐประสบผลสำเร็จ จะทำให้กำลังซื้อผูบริโภคจากสหรัฐดีขึ้น ก็ส่งผลเชิงบวกกับเรา ทั้งหมดไม่ได้มีผลเชิงลบทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการแต่ละราย" รมว.คลัง กล่าวรมว.คลัง กล่าวอีกว่า ในวันนี้จะเดินทางเข้าร่วมประชุม รมว.คลังกลุ่มประเทศเอเปค และจะได้เสนอแนวคิดต่อรมว.คลังอาเซียน เพื่อหารือถึงจุดยืดและความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนในการดูแลค่าเงิน
ก่อนที่วันที่ 6 พ.ย.จะเข้าพบ รมว.คลังสหรัฐ ซึ่งคงต้องมีการหารือถึงผลกระทบและข้อเสนอของสหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค เพราะเห็นว่ามาตรการอัดฉีดเงิน 6 แสนล้านเหรียญอาจจะมีผลกระทบ และข้อเสนอของสหรัฐให้กลุ่มประเทศจี 20 ควบคุมดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลหรือขาดดุลไม่เกิน 4% ซึ่งอาจจะส่งผลในเรื่องการกีดกันทางการค้าได้







