posttoday

ทีวีไดเร็ค รีแบรนด์ ปรับแผนดันยอด

28 กุมภาพันธ์ 2562

ทีวีไดเร็ค ผู้นำทีวีโฮมช็อปปิ้งเมืองไทย ถือโอกาสในปี 2562 ครบรอบ 20 ปี ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ลุกขึ้นมาปรับปรุงยี่ห้อหรือรีแบรนด์ครั้งใหญ่ เพื่อรับกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ทีวีไดเร็ค ผู้นำทีวีโฮมช็อปปิ้งเมืองไทย ถือโอกาสในปี 2562 ครบรอบ 20 ปี ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ลุกขึ้นมาปรับปรุงยี่ห้อหรือรีแบรนด์ครั้งใหญ่ เพื่อรับกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบัน

ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค ผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่าน ออมนิ ชาแนล กล่าวว่าเป้าหมายของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 4,800 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจทีวีไดเร็ค 3,300 ล้านบาท และธุรกิจอื่นๆ ในเครือ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 3,993 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทวางแผนจะใช้งบรีแบรนด์ 100 ล้านบาท ในการทำกิจกรรม เช่น ปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ พร้อมการจัดแคมเปญฉลองครบรอบ 20 ปี ครั้งยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจผ่าน ออมนิ ชาแนล จะมีการดำเนินการกำหนดนโยบายการตั้งราคาเดียวเหมือนกันทั่วประเทศ พร้อมการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

ขณะที่กลยุทธ์ทางธุรกิจในปีนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มเชื่อมโยงระหว่างออนไลน์สู่ออฟไลน์

สำหรับการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นขยายความครอบคลุมในด้านความต้องการของผู้บริโภต โดยปีนี้ จะเพิ่มขึ้น 2,000 เอสเคยู หรือกว่า 20 แคทตากอรี่ โดยมีทั้งสินค้าประเภทคอนซูเมอร์และสินค้าที่ตีตราสินค้าของบริษัทเอง

อีกทั้งการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาปรับใช้กับระบบของบริษัทเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานและความพึงพอใจผู้บริโภค โดยเตรียมการลงทุนกับบริษัททางด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบของตัวเอง

และอีกด้านหนึ่งคือการเข้าซื้อกิจการและการควบรวมกิจการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ขยายการให้บริการเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ คลาวด์เซอร์วิส ขายประกัน และการทำไดเรกต์ มาร์เก็ตติ้ง ให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดนี้ ด้วยความเชี่ยวชาญของบริษัทและความพร้อมของเครื่องมือ

"เป้าหมายในปีนี้จะวางตำแหน่ง ตัวเองให้เป็นห้างสรรพสินค้าบนออนไลน์ ซึ่งการตอบรับของผู้บริโภคในสินค้ากลุ่มต่างๆ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องในทุกกลุ่ม"

ส่วนสินค้าและบริการยอดนิยม 3 อันดับแรกของบริษัท คือ 1.เสื้อผ้า 2.ยานยนต์ และ 3.ผลิตภัณฑ์ความงาม (บิวตี้) ซึ่งปัจจุบันสินค้าของบริษัทมีความครอบคลุมความต้องการของ ผู้บริโภคอย่างครบถ้วน

ทรงพล กล่าวว่า จากกลยุทธ์ดังกล่าวและแผนธุรกิจในปี 2562 นี้ จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคทั้งในด้านความพึงพอใจและประสบการณ์การซื้อสินค้าและบริการของบริษัทในรูปแบบใหม่

ด้านการเข้าลงทุนในสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิทัล ช่องสปริงนิวส์ (ช่อง 19) ด้วยการซื้อหุ้นบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น ในเครือบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ที่ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติให้ยุติการเข้าลงทุนในสถานีโทรทัศน์ช่องดังกล่าว อาจกระทบรายได้ในปีนี้จะกระทบราว 100-200 ล้านบาท จาก เป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ ซึ่งการมีมติเร็วในช่วงต้นปีจะช่วยให้เราปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้ง69: ส่องสนามเดือดเขต 2 หนองบัวลำภู ปมไชยาแจ้งความคดีการเมือง