
กสิกร-ไทยพาณิชย์ คาดส่งออก 3.4-4.5%
พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การส่งออกติดลบมี 5 ประการสำคัญ คือ ผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน (เทรดวอร์) ทำให้การส่งออกไทยในเดือน ม.ค. 2562 สูญเสียรายได้240.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น ผลจากมาตรการทางตรงสหรัฐที่มีการใช้มาตรการภาษีกับสินค้าทั่วโลก โดยการส่งออกสินค้าไทยในกลุ่มที่สหรัฐใช้มาตรการภาษีมีการส่งออกไปสหรัฐ 64.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.25% หรือเป็นผลบวกต่อการส่งออกไทยในเดือนนี้ 4.92 ล้านดอลลาร์ เช่น โซลาร์เซลล์ส่งออกเพิ่ม 24.2% เครื่องซักผ้าส่งออกเพิ่ม 6.6% เหล็กลด 2.7% อะลูมิเนียมเพิ่ม 46.1%
ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ไทยเป็นห่วงโซ่การผลิตของจีน แต่ได้รับผลกระทบจากการที่สินค้าจีนถูกสหรัฐใช้มาตรการภาษี พบว่าการส่งออกสินค้าไทยกลุ่มดังกล่าวไปจีนมีมูลค่า 1,877 ล้านดอลลาร์ ลดลง 17.3% ทำให้ไทยสูญเสียรายได้ 393.4 ล้านดอลลาร์ เช่น ยานพาหนะและส่วนประกอบลด 49.7% ของใช้ในบ้านและออฟฟิศลด 39.6% ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และแผงวงจรลด 22.3% เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบลด 4.4% อาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่มลด 40.6% เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติกลด 7.1% และผลจากการส่งออกสินค้าไปทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐ พบว่ามีมูลค่า 1,723 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.4% มีผลบวกต่อการส่งออก 148 ล้านดอลลาร์ เช่น เหล็กเพิ่ม 66.8% เคมีภัณฑ์และเม็ดพลาสติกเพิ่ม 16.3%
นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าไทยเดือน ม.ค.ยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ในส่วนของผู้ส่งออกต้องทำประกันความเสี่ยง
“ผลกระทบอื่นๆ คือ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ทำให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันมีมูลค่าลดลง ราคาทองคำลดลง ทำให้มูลค่าการส่งออกทองคำลดลง และการส่งออกรถยนต์ในเดือน ม.ค.ส่งออกได้น้อย 8 หมื่นคัน จากออร์เดอร์ที่สั่งเข้ามา 1 แสนคัน แต่เชื่อว่าการส่งออกรถยนต์จะกลับมาปกติภายใน 1-2 เดือน” พิมพ์ชนก กล่าว
ขณะที่การขาดดุลการค้าในเดือนนี้ที่สูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากการนำเข้าอาวุธยุทธปัจจัยมีมูลค่า 2,133 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4,837.50% เนื่องจากมีการซ้อมรบระหว่างไทยและสหรัฐ และซ้อมรบไทยและญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองประเทศมีการนำเข้าอาวุธในการซ้อมรบเข้ามาเองและนำออกไปหลังจากเสร็จสิ้น ซึ่งถูกบันทึกในระบบของศุลกากร อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ส่งออกจะกลับมาดีขึ้นประมาณไตรมาส 2 เป็นต้นไป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของการส่งออกสินค้าไทยในปี 2562 ไว้ที่ 4.5% โดยมองว่าทิศทางการส่งออกสินค้าไทยในช่วงไตรมาสแรกจะหดตัวในช่วง -8.0% ถึง -4.0% หรือคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 1.93-2.01 หมื่นล้านดอลลาร์ จากปัจจัยฐานที่สูง
อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าไทยจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วง 3 ไตรมาสหลัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและสหภาพยุโรป ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลในระยะยาวต่อการส่งออกสินค้าไทย
ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) คาดการณ์การส่งออกไทยปี 2561 ขยายตัวที่ 3.4% ชะลอลงจากปี 2561 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบโลกที่คาดว่าจะมีทิศทางทรงตัว โดยจะส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ให้มีทิศทางชะลอลงเช่นกัน
ขณะเดียวกันอีไอซีประมาณการมูลค่าการนำเข้าของไทยปี 2562 ขยายตัวที่ 3.6% ชะลอลงจากปี 2561 เนื่องจากการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตเพื่อส่งออกมีแนวโน้มชะลอตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก







