
อุตฯ เล็งให้สิทธิ์ประโยชน์เอกชนทำซีเอสอาร์
กระทรวงอุตฯ และบีโอไอ เตรียมศึกษามาตรการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ใหม่ให้แก่โครงการที่ทำประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นและดึงดูดให้เอกชนหันมาทำซีเอสอาร์มากขึ้น
กระทรวงอุตฯ และบีโอไอ เตรียมศึกษามาตรการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ใหม่ให้แก่โครงการที่ทำประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นและดึงดูดให้เอกชนหันมาทำซีเอสอาร์มากขึ้น
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงาน “CSR Symposium in Thailand” ว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อยู่ระหว่างการศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนประเภทกิจการที่ทำประโยชน์ต่อสังคม โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้แก่โครงการที่ไม่ก่อให้เกิดกำไร เช่น มูลนิธิ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตื่นตัว และหันมาดำเนินการกิจการในลักษณะนี้มากขึ้น
ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษา และรวมรวบข้อมูล โดยการเชิญมูลนิธิ และกองทุนต่างๆ มาหารือว่าต้องการความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนในด้านใดบ้าง โดยคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปเป็นรูปแบบออกมาได้ในช่วงปีใหม่ ซึ่งจะต้องเสนอผ่านคณะอนุกรรมการบีโอไอ และคณะกรรมการบีโอไอชุดใหญ่ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วก็จะประกาศใช้ได้ทันที คาดว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจ และความตื่นตัวให้แก่ภาคธุรกิจได้
“ต้นทุนในการทำธุรกิจเพื่อสังคม หรือการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีต้นทุนสูง รัฐบาลจึงต้องยอมเก็บรายได้เข้ารัฐให้น้อยลง เพื่อดึงดูดให้ภาคธุรกิจมาทำมากขึ้น และในอนาคตเมื่อมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มาตรการทางภาษีลดลง สินค้าจึงต้องสู้กันในเรื่องคุณภาพ และสินค้าที่ผลิตจากกระบวนการผลิตที่รักษาสิ่งแวดล้อม หรือมาจากองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม สินค้าจะได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ามากขึ้น” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ ภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชน จะเข้ามามีความสัมพันธ์ร่วมกันมากขึ้น ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อ หรือการต่อต้านจากประชาชนก็จะไม่เกิดขึ้น รวมถึงภาคเอกชนเองก็ต้องเปลี่ยนแนวคิดการทำประโยชน์เพื่อสังคม (ซีเอสอาร์) ใหม่ ไม่ใช่แค่การรณรงค์ปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่การทำซีเอสอาร์ต้องเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการผลิตที่เน้นหการรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด รวมทั้งยังมีซีเอสอาร์อีกมากมายที่เอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น ด้านการศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข เป็นต้น
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่เอกชนต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน ได้แก่ เรื่องการทำพัฒนาและวิจัย (อาร์แอนด์ดี) และเรื่องซีเอสอาร์ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายการทำวิจัยและพัฒนาให้เอกชนอยู่แล้ว โดยให้นำค่าใช้ 2 เท่าของการทำ มาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้ ส่วนการสนับสนุนการทำซีเอสอาร์ยังไม่เคยมีมาก่อน แต่อาจจะใช้แนวทางเดียวกับที่สนับสนุนเรื่องวิจัยและพัฒนาก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว โดยรัฐบาลต้องไปดูว่าแต่ละบริษัทใช้งบประมาณด้านซีเอสอาร์ต่อปีเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ และว่าถ้ามีการสนับสนุนอย่างจริงจังจะมีเอกชนเข้าร่วมทำเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน







