
งานหมั้น งานแต่ง
เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ตามหลักธรรม
เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ตามหลักธรรม ที่มักปรากฏอยู่ในตาลปัตรของพระสงฆ์ที่ใช้ในพิธีกรรมโดยเฉพาะการสวดศพ
คนเรา เกิดมาแล้ว ต้องสู่ วัยเรียน เรียนจบ หรือเลิกเรียน ก็ต้องเข้าสู่วัยทำงาน หาเงินเลี้ยงชีวิต วัยฉกรรจ์ เข้าสู่การมีคู่ครอง สร้างครอบครัว มีลูก มีทั้งหลัก ลูกมากยากนาน และมีลูกมากได้ลดภาษีมาก ได้รับสวัสดิการมาก
เวียนว่ายตายเกิดตามวัฏจักรของวงจรชีวิต ตามบุญ และกรรม ทั้งกรรมเก่าในอดีต และชาติปางก่อน กรรมปัจจุบัน รวมทั้งผลกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกาล
การศึกษาเรียนรู้ ทั้งทางโลกและทางธรรม จึงเป็นส่วนประกอบที่จะส่งผลต่อเจ้าของชีวิต
ใจที่สงบ งดงาม จึงเป็นที่ปรารถนาของทุกคน
ผมชอบบทกลอน ของ กวีรัตนโกสินทร์ และศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เพื่อนร่วมรุ่นนิติธรรมศาสตร์ รุ่น 2502 บทหนึ่ง คือ
“ให้ ใจอยู่กับใจ ได้รู้สึก
ให้ หายใจ ลึก ลึก เมื่อนึกได้
ให้ อยู่กับ ความว่าง ที่กลางใจ
สะอาดใส สว่างภพ สงบงาม”
ผมมีหมวกหลายใบ จึงมีงานแต่งงาน งานศพ บ่อยๆ สำหรับงานศพ เพียงไปฟังสวด เคารพศพ แต่ถ้าเป็นงานแต่งงาน จะมีงานหมั้น ถ้าเป็นประธาน ก็ต้องไปแต่เช้า ตั้งแต่ 7 โมงเช้า
ประธานนำขันหมากไปสู่ขอเจ้าสาว ต้องเตรียมซองไปแจก เพื่อผ่านประตูเงินประตูทองหลายชั้น ครั้งหนึ่งเพื่อนฝ่ายเจ้าสาว บอกว่า อยากรู้ว่าเจ้าบ่าวแข็งแรงหรือไม่ ขอให้วิดพื้นให้ดูหน่อย
ผมในฐานะประธาน จึงกล่าวว่า ในฐานะประธาน ผมไม่ยอมให้เจ้าบ่าววิดพื้นตรงนี้ แต่เจ้าบ่าวจะวิดพื้นคืนนี้ หลังส่งตัวแล้ว จะวิดบนเตียง ถ้าพวกเราอยากดู ผมอนุญาต เสียงเฮ ไม่สนใจซองอั่งเปา ผ่านได้โดยสะดวก
ต่อมา พ่อเจ้าบ่าวนำของขวัญมาให้ ที่ทำให้เจ้าบ่าวไม่ต้องวิดพื้น เป็นเข็มกลัดเนกไททองหนัก 1 บาท
ถ้าเป็นประธานงานแต่ง ก็ต้องกล่าวอวยพร แก่คู่บ่าวสาว
ผมจะเริ่มกล่าวว่า ก่อนแต่งงาน คุณสองคนต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน แต่ตอนนี้แต่งงานแล้ว ต้องอยู่ด้วยกัน ทำด้วยกัน ต้องปรึกษาหารือกัน แล้วเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ปรึกษากันหรือยังว่า การแต่งงานครั้งนี้ เน้นบันเทิง หรือเน้นผลผลิต
เจ้าบ่าว ตอบว่า วันนี้ ขอบันเทิงก่อน ครับ
ผมกล่าวต่อว่า บันเทิงไป ผลผลิตจะตามมาเอง
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้อวยพรให้คู่บ่าวสาวเจ้าสาว มีชื่อว่า วิริยา เจ้าบ่าว มีชื่อว่า สุรเสฎฐ์ที่เป็นลูกของเพื่อน นิติ 02 ที่โคราช ด้วยกลอนว่า
“วิริยา พาสุข ทุกสถาน
สุรเสฎฐ์ พารวย ตลอดกาล
ชีวิตรัก ชื่นมื่น ยั่งยืนนาน
ครอบครัวรวย หมื่นล้าน นิรันดร์เอ๋ย”
ขอจบแบบ แฮปปี้เอนดิ้ง นะครับ!
อีกเรื่องที่อยากเล่า ดาราจีน ฟ่านปิงปิง เลี่ยงภาษี
ฟ่านปิงปิง มีชื่อเล่นว่า ปิงปิง หรือ เป่าเปาเกิดที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง อายุ 37 ปี เกิดวันที่ 16 ก.ย. ค.ศ. 1981 เธอจบการศึกษาจากสถาบันการแสดง เซี่ยจิ้น เหิง ทง เมืองเซี่ยงไฮ้ และเข้าสู่วงการบันเทิง เมื่ออายุ 15 ปี
เธอได้รับบทการแสดงในซีรี่ส์ ของ ไต้หวัน ฮ่องกง และของจีน หลายเรื่อง มีผลงานเพลง หลายอัลบั้ม ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ
เธอทำรายได้เป็นอันดับ 1 ของ จีน ไต้หวัน และฮ่องกง จากค่าตัวแสดง 6 ล้านหยวน จากการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้า 32.5 ล้านหยวน และค่าตัวในการออกงานอีเวนต์ 24 ล้านหยวน
เธอเป็น ศิลปินนักแสดง ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด X-MEN และ X-MEN 2 ที่มีรายได้ติดอันดับ 4 ของโลกใน 5 ปีต่อมา ด้วยตัวเลข 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
กลางปี 2561 มีข่าวแพร่สะพัด สื่อหลายประเภท ทั้ง ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ว่า ทางการจีน ไม่อนุญาตให้เธอ และหลี่ เจิ้น เพื่อนชายคนสนิท เดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากกำลังถูกสอบสวนสัญญาการทำงาน ที่เรียกว่า “หยิน หยาง”
สัญญา หยิน หยาง เพื่อเลี่ยงหนี โดยทำสัญญา 2 ฉบับพร้อมกัน ฉบับแรกมีตัวเลขน้อย เพื่อยื่นประกอบการเสียภาษีอย่างเป็นทางการ อีกฉบับมีตัวเลขมาก เพื่อเลี่ยงภาษี โดยโอนเงินเข้าบัญชีลับ
ต่อมา สื่อจีน China Securities Journal เปิดเผยว่า นอกจากหลบเลี่ยงภาษีแล้ว เธอยังต้องสงสัยว่า เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินที่ผิดกฎหมาย นอกจากนั้น สำนักงานภาษีแห่งมณฑลเจียงซู แถลงอย่างเป็นทางการว่า ทางการกำลังตรวจสอบการทำบัญชีของฟ่านปิงปิง และบริษัทของเธอ เธอถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตฉางผิง กรุงปักกิ่ง
เดือน ต.ค. 2561 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานโดยอ้างการรายงานข่าวของสำนักข่าวชิงหัวของจีน ว่า ศาลจีนได้มีคำตัดสินในวันที่ 30 ก.ย. 2561 ให้กรมศุลกากรของจีนสั่งปรับ ฟ่านปิงปิง กรณีหลีกเลี่ยงภาษี เป็นเงิน 596 ล้านหยวน หรือราว 2,800 ล้านบาท รวมสั่งให้จ่ายคืนภาษีให้กับรัฐ อีก 288 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,350 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น เป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท
สัญญา หยิน หยาง มาจาก ปรัชญาลัทธิเต๋า ที่ถือว่า หยิน ตัวแทนเพศหญิง และหยาง เป็นตัวแทนเพศชาย สรรพสิ่งในโลกเป็นคู่ๆ เช่น ถูก กับ ผิด สูง กับ ต่ำ กลางวัน กับ กลางคืน ปรัชญาลัทธิเต๋า หรือระบบคุณธรรม บทหนึ่ง ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า “ประชาชนต้องหิวโหย เพราะรัฐบาลเก็บภาษีมากเกินไป เกิดความอดอยาก แต่ผู้ปกครองกลับร่ำรวย อยู่ดีกินดี จึงผิดทั้งศีลธรรมและกฎหมาย”
ในหลายประเทศ ไม่ว่า จีน หรือ ไทย แม้ในยุโรป หรือ อเมริกา ก็มี พฤติกรรมการหลีกเลี่ยงการเสียภาษี แต่หลายประเทศกำหนดโทษไว้หนัก หากถูกจับได้ จะมีทั้งโทษจำคุก ปรับ ริบทรัพย์สิน จึงเกิดวิชาการบริหารจัดการภาษีอากร เพื่อใช้แนวทาง ช่องว่าง ในการตีความ และต่อสู้คดี เพื่อประโยชน์สูงสุดแห่งตน โดยอาศัยการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่
ฟ่านปิงปิง ยอมรับผลของคำตัดสินของศาล และยอมชำระเงินภาษี และค่าปรับ ครบถ้วน และได้ แถลงการณ์เป็นหนังสือทางสื่อต่างๆ ขอโทษประชาชน ผู้สนับสนุนเธอมาโดยตลอด และขอโทษต่อทางราชการ และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตามกฎหมายของจีนแล้ว เธอได้รับยกเว้นโทษทางอาญา ไม่ถูกจำคุก
น่าจะเป็นบทเรียนที่ดี บทหนึ่ง ให้แก่ สังคมโลก







