รวมพล ‘เมกเกอร์’ ปล่อยพลังไอเดียสร้างสรรค์
เมื่อพูดถึงงานแฟร์ เรามักจะนึกถึงงานมหกรรมแสดงสินค้าหรืองานออกร้านขายของ
เมื่อพูดถึงงานแฟร์ เรามักจะนึกถึงงานมหกรรมแสดงสินค้าหรืองานออกร้านขายของ แต่คงไม่มีงานแฟร์ไหนที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมมากมาย ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และได้ทดลองลงมือทำสิ่งของต่างๆ ด้วยตัวเอง หากไม่ใช่ที่งาน “เมกเกอร์แฟร์”
ล่าสุดที่เพิ่งปิดฉากไปอย่างน่าประทับใจกับงาน “เมกเกอร์แฟร์ บางกอก” หรือ Maker Faire Bangkok 2019 เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา งานมหกรรมแสดงสิ่งประดิษฐ์ของเหล่าเมกเกอร์และนักสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะสตรีท รัชดา ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร และเครือข่ายเมกเกอร์ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ (Maker Culture) และสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งนักคิดนักประดิษฐ์ เติบโตสู่เมืองแห่งนักพัฒนา หรือ “เมกเกอร์เนชั่น”(Makers Nation)
Maker Faire Bangkok ครั้งล่าสุดนี้เป็นงานเมกเกอร์แฟร์ครั้งที่ 4 ในประเทศไทย โดยในสองครั้งแรกเป็น Mini Maker Faire ก่อนที่จะยกระดับขึ้นเป็นงานเมกเกอร์แฟร์เต็มรูปแบบในปี 2018 และในปีนี้ ที่มาพร้อมกับสโลแกน “We are all Makers ปล่อยพลังเมกเกอร์ในตัวคุณ” เพื่อปลุกพลังเมกเกอร์ไทย พร้อมกับเชิญชวนเยาวชนและประชาชนไทยให้มาร่วมกันปล่อยพลังเมกเกอร์ แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ในงานเมกเกอร์แฟร์ บางกอก
ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของงานปีนี้คือ การจัดงานด้วยแนวคิดรณรงค์ลดการใช้วัสดุพลาสติก การผลิตสิ่งของด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเลือกพื้นที่จัดงานกลางแจ้งเพื่อใช้พลังงานแสงจากธรรมชาติ และแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ “Green Innovation” จากเยาวชนเมกเกอร์รุ่นใหม่ในการประกวด Enjoy Science: Young Makers Contest ปี 3 รอบชิงชนะเลิศ
รวมพลเมกเกอร์ไทยโชว์สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง
ในปีนี้มีเมกเกอร์ชาวไทยและชาวต่างชาตินำผลงานสิ่งประดิษฐ์หลากหลายมาร่วมจัดแสดงมากกว่า 70 บูธ ไม่ว่าจะเป็นงานพิมพ์สามมิติ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสมองกลฝังตัว ดนตรี อาหาร ศิลปะ งานไม้ งานโลหะ และงานผ้า เป็นต้น โดยผลงานที่ได้ร่วมจัดแสดงทั้งหมดได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานพันธมิตรและกลุ่มเมกเกอร์ประเทศไทย
“เครื่องพิมพ์สามมิติ” หรือ 3D Printer หนึ่งในของวิเศษในการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนที่ตอนนี้กลายเป็นจริงแล้ว และยังเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่เมกเกอร์เลือกใช้เพื่อสร้างชิ้นงานต้นแบบ ชิ้นส่วนประกอบหรือโมเดลต่างๆ ปัจจุบันมี 3D Printer ให้เลือกใช้หลายแบบหลายขนาด และมีวัสดุพิมพ์ที่หลากหลายให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งในงานเมกเกอร์แฟร์ บางกอก ปีนี้มีเทคโนโลยี 3D Printer มาแสดงให้ชมกันหลายบูธ รวมถึงโมเดลที่ขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ และเครื่องพิมพ์สามมิติที่เมกเกอร์ประกอบขึ้นเอง
เมื่อจัดงานในธีมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมกเกอร์ก็ต้องโชว์สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างที่บูธ “โรงกลึงนายยิ้ม” ขนเอาสิ่งประดิษฐ์สุดอินเทรนด์อย่าง “รถไฟฟ้า” มาให้ชมและทดลองขับกันจริงๆ ในลานเพลย์กราวด์ที่ตกแต่งด้วยกองฟางและผ้าขาวม้าให้บรรยากาศแบบไทย มีทั้งมินิไบค์ล้อโต โกคาร์ต สามล้อดริฟต์ ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่รีไซเคิลจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ก่อมลพิษเพิ่มให้สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมงานทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “รถพ่วงหรรษา” ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับน้องๆ ที่ยังเล็กและขับรถไม่เป็น ก็จะได้ลองนั่งรถพ่วงไฟฟ้าโดยมีพี่เมกเกอร์เป็นโชเฟอร์ให้ ถูกอกถูกใจเด็กๆ เป็นอย่างมาก
ถัดมาเป็น “เก้าอี้เข็นไฟฟ้า” สิ่งประดิษฐ์จากกลุ่มเชียงใหม่เมกเกอร์คลับที่เก๋ไก๋ไม่เบา เพราะดัดแปลงมาจากเก้าอี้โรงหนังเก่าที่มีเบาะนุ่มและพนักพิงปรับเอนได้ นำล้อมาติดที่ส่วนฐาน แล้วเชื่อมต่อกับบอร์ด แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ พร้อมทั้งดัดแปลงแก้วน้ำให้เป็นคันบังคับสำหรับควบคุมการเคลื่อนที่ของเก้าอี้เข็นไฟฟ้า เหมาะสำหรับผู้สูงอายุใช้งานในบ้าน หรือหากอยากเพิ่มความฉลาดให้เก้าอี้เข็นไฟฟ้าตัวนี้ก็สามารถติดตั้งเซ็นเซอร์จดจำเส้นทางหรือตรวจจับสิ่งกีดขวางเพิ่มเข้าไปได้
ส่วนเมกเกอร์ที่มีใจรักในเสียงดนตรีก็มีไอเดียกระฉูดไม่แพ้ใคร อย่างที่บูธ MoRnSter Maker ทำเครื่องดนตรี “ไก่โอ๊กเคสตร้า” มาเล่นโชว์เรียกผู้ชมได้ไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่สนใจไก่โอ๊กเป็นพิเศษ ซึ่งเมกเกอร์เจ้าของผลงานได้หยิบเอาของเล่นยอดฮิตอย่างไก่โอ๊กหรือตุ๊กตายางไก่บีบเสียงมาดัดแปลงช่องลมที่บีบให้เสียงผ่านออกมาและปรับจูนเสียงให้ตรงตามตัวโน้ตต่างๆ สามารถนำมาเล่นเป็นเพลงตามโน้ตเพลงและเล่นประกอบวงดนตรีได้เลย
เมกเกอร์ต่างชาติร่วมโชว์สิ่งประดิษฐ์สุดครีเอท
การประดิษฐ์หุ่นยนต์กลไกสักตัวไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน แต่ถ้าเป็นหุ่นยนต์กระดาษ ใครๆ ก็สามารถทำได้ไม่ยาก เป็นเหตุผลให้ “โช โยชิดะ” (Sho Yoshida) นักพัฒนาโอเพนซอร์สแพลตฟอร์มชาวญี่ปุ่น คิดทำ “คราฟเทล” (Craftel) หุ่นกระดาษเคลื่อนที่ด้วยพลังงานลม สำหรับเด็กๆ หรือใครก็ตามที่อยากจะเริ่มต้นสร้างหุ่นยนต์สักตัว แต่ไม่มีเครื่องพิมพ์สามมิติ ทำบัดกรีไม่เป็น ไม่มีพื้นฐานงานช่าง แค่มีกรรไกรกับกระดาษก็สามารถสร้างหุ่นยนต์ได้แล้ว
หุ่นกระดาษ Craftel สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยพลังงานลม เพียงแค่มีลมพัดก็ทำให้กลไกทำงาน ทำให้หุ่นเคลื่อนไหว เดินได้และกะพริบตาได้ ไม่ต้องใช้มอเตอร์หรือแบตเตอรี่ใดๆ ทั้งสิ้น โดยเมกเกอร์ญี่ปุ่นผู้นี้ได้ผลิต Craftel ออกมาเป็นสินค้าจำหน่ายในราคาย่อมเยา และยังเผยแพร่ให้ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดไปทำเองได้ฟรีทางเว็บไซต์ http://craftel.org
อีกหนึ่งผลงานของเมกเกอร์ชาวญี่ปุ่นที่ร่วมสร้างสีสันไปทั่วงานเมกเกอร์แฟร์ตลอดทั้ง 2 วันของการจัดงานและเป็นขวัญใจของผู้เข้าชมงานทั้งเด็กและผู้ใหญ่คือ “หุ่นโครงกระดูกเดินได้” (Skeleton Puppet) มีลักษณะคล้ายหุ่นกระบอกที่มีคนเชิดอยู่ด้านหลัง มีท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างสมจริง และดูเหมือนโครงกระดูกมนุษย์ของจริงมาก หรือไม่ก็ต้องเป็นโครงกระดูกที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษแบบในภาพยนตร์ แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วต้องทึ่ง เพราะหุ่นโครงกระดูกนี้ทำจากกระดาษและดินเยื่อกระดาษ (Paper Clay)
ฮิโรอะกิ สึซึกิ (Hiroaki Suzuki) เมกเกอร์เจ้าของผลงานหุ่นโครงกระดูกเดินได้นี้เป็นวิศวกรชาวญี่ปุ่นที่มีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และชื่นชอบการทำของเล่นหรืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์จากวัสดุที่หาได้ง่าย เขาได้แรงบันดาลใจในการทำหุ่นโครงกระดูกนี้มาจากภาพยนตร์แนวแฟนตาซีผจญภัยเรื่อง “Jason and the Argonauts” (ภาพยนตร์ปี 1963) มีฉากที่ตัวเอกของเรื่องต่อสู้ดวลดาบกับกองทัพนักรบโครงกระดูก ที่มีท่วงท่าการเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวและดูมีพลังยิ่งกว่าเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟฟิกในปัจจุบัน ซึ่งฉากดังกล่าวถ่ายทำด้วยเทคนิคสต็อปโมชั่น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมในสมัยนั้นอย่างยิ่ง รวมทั้งตัวเขาด้วย จึงทำให้เขาคิดประดิษฐ์ทำหุ่นโครงกระดูกนี้ขึ้นมา และได้นำไปแสดงในงานเมกเกอร์แฟร์มาแล้วหลายแห่ง ทั้งในญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา และไทยเป็นที่ล่าสุด
ส่วนใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์เรื่อง “สตาร์วอร์ส” (Star Wars) ต้องชอบ “อุปกรณ์ฝึกอัศวินเจได” (Jedi Training Device 2019) ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้เป็นลูกศิษย์อาจารย์โยดา ได้ลองจับดาบเลเซอร์และฝึกวิธีใช้ดาบเลเซอร์เพื่อเป็นอัศวินเจไดแบบในภาพยนตร์เรื่องดัง ซึ่งเป็นผลงานสุดสร้างสรรค์ของกลุ่มเมกเกอร์ชาวญี่ปุ่นที่เริ่มทำดาบเลเซอร์อันแรกเพื่อโชว์ในงานเมกเกอร์แฟร์ที่โตเกียวตั้งแต่ปี 2012 และพัฒนาปรับปรุงเรื่อยมาจนเป็นชุดอุปกรณ์ล่าสุดที่นำมาโชว์และแชร์ให้เล่นกันอย่างสนุกในงานนี้
เวิร์กช็อปสนุก-พาเหรดแสงสีตระการตา
ไฮไลต์ของงานเมกเกอร์แฟร์ทั่วโลก คือการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ผู้เข้าชมงานได้ทดลองลงมือทำสิ่งประดิษฐ์ด้วยตัวเอง โดยมีเมกเกอร์คอยให้คำแนะนำหรือสอนการใช้เครื่องไม้เครื่องมือและเทคนิคต่างๆ โดยเมกเกอร์แฟร์ บางกอก ปีนี้จัดพื้นที่กิจกรรมเวิร์กช็อปแบ่งเป็น 3 ห้อง มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ทั้งแบบจำกัดอายุและไม่จำกัดอายุ แบบมีค่าใช้จ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น ตุ๊กตาไขลาน หุ่นยนต์แปรงสีฟัน กระเป๋าหนังแบบไม่ต้องเย็บ ป้ายไฟสไตล์เมกเกอร์ ของเล่นกลไกไฮดรอลิก และพวงกุญแจจากเศษวัสดุอิเล็กทรอนิกส์เหลือใช้
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปในบูธแสดงผลงานของเมกเกอร์ด้วยเช่นกัน อาทิ การประดิษฐ์หุ่นยนต์จากหลอดกาแฟ (Strawbotics) พวงกุญแจประดับไฟแอลอีดี และกิจกรรมแข่งขันรถรางหรรษา ณ บริเวณลานเพลย์กราวด์ รวมถึงเวิร์กช็อปประกอบหุ่นยนต์เห่ย (Hebocon) เพื่อนำมาแข่งขันกัน ซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมากในการสร้างหุ่นยนต์สุดเห่ยทางด้านเทคโนโลยีแต่มีความแข็งแกร่ง สามารถล้มคว่ำหุ่นยนต์คู่ต่อสู้ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานตื่นเต้น ทั้งผู้ร่วมแข่งขันและกองเชียร์เป็นอย่างมาก
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ เพราะเป็นเอกลักษณ์ของงานเมกเกอร์แฟร์ บางกอก และมีเพียงที่นี่ที่เดียว นั่นก็คือ “ขบวนพาเหรดแสงไฟ” (Electric Parade) ซึ่งปีนี้นำขบวนโดยวงดนตรีกลองยาวแสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ตามด้วยขบวนเมกเกอร์และผู้ร่วมงานที่มากันในชุดแฟนซีสีสันสวยงาม เพิ่มไอเดียสร้างสรรค์และความโดดเด่นในยามค่ำคืนด้วยการประดับหลอดไฟแอลอีดีบนเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ส่องแสงสีระยิบระยับตระการตา สนุกสนานเฮฮากันถ้วนหน้า
ใครที่พลาด ไม่ได้มางานในปีนี้ สามารถเข้าไปชมภาพบรรยากาศงานย้อนหลังได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Maker Faire Bangkok แล้วเตรียมตัวไปปล่อยพลังเมกเกอร์กันใหม่ในปีหน้า
...ขอพลังเมกเกอร์จงสถิตอยู่กับท่าน...


