
กิตติพงษ์ แสงสุริยาอุทัย แบ่งปันช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
“เรามีก็ต้องช่วยเหลือคนที่ไม่มี” นี่เป็นคำพูดของ “เป้” กิตติพงษ์ แสงสุริยาอุทัย
“เรามีก็ต้องช่วยเหลือคนที่ไม่มี” นี่เป็นคำพูดของ “เป้” กิตติพงษ์ แสงสุริยาอุทัย เจ้าของโรงงานทัศนีพลาสติก ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิลพลาสติกรายใหญ่ของ จ.นครปฐม
กิตติพงษ์ เป็นนักธุรกิจหนุ่มวัย 36 ปี เริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับรีไซเคิลพลาสติกตั้งแต่สมัยเรียนระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก่อนที่จะเริ่มรีไซเคิลพลาสติก กิตติพงษ์ช่วยธุรกิจของครอบครัวที่ผลิตถุงพลาสติกใส่สิ่งของ แต่ในกระบวนการผลิตมีถุงบางส่วนที่เสียหายซึ่งก็ต้องนำไปทิ้ง แต่เมื่อมันมีเยอะมากขึ้นก็เกิดไอเดียที่จะนำมารีไซเคิล
จากนั้นก็เริ่มไปศึกษาหาความรู้กับผู้เชี่ยวชาญ จนกระทั่งมาเปิดโรงงานเพื่อรีไซเคิลพลาสติก ปัจจุบันมีจุดรับซื้อพลาสติก เช่น กระสอบปุ๋ย สายรัด เชือกฟาง ถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม และนครสวรรค์ ส่วนที่ จ.นครปฐม ทั้งรับซื้อและเป็นจุดรีไซเคิล
เมื่อธุรกิจราบรื่น กิตติพงษ์จึงมีเวลามองผู้คนรอบข้าง ซึ่งก็พบว่าบางคนยังใช้ชีวิตอย่างยากแสนลำบาก ขาดแคลนสิ่งของเครื่องใช้บ้าง มีบ้านที่พังชำรุดบ้าง จึงได้เกิดประกายความคิดที่จะคืนกำไรให้กับสังคม
กิตติพงษ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นแห่งการช่วยเหลือว่าย้อนไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ได้ใช้เวลาคิดทบทวนและมองดูคนรอบข้าง ซึ่งได้พบเห็นว่าบางคนยังมีชีวิตที่ลำบากและต้องการความช่วยเหลือ นับแต่นั้นมาก็ได้ให้ความช่วยเหลือกับผู้ยากไร้มาตลอด มีทั้งการมอบสิ่งของเครื่องใช้ มอบแพมเพิร์ส
ให้กับผู้ป่วยติดเตียง มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งนำรถเข็นวีลแชร์ไปมอบให้กับผู้พิการที่เดินไม่ได้ เวลาจะไปไหนก็ใช้วิธีการถัดไปเรื่อยๆ เมื่อนำไปมอบให้ผู้รับถึงกับร้องไห้ร้องแบบหนักมาก แทบจะไม่หยุด ก็ทำให้คนมอบอย่างเราตื้นตันใจที่ได้เข้าไปช่วยเหลือให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น
ไม่ใช่แค่การมอบรถเข็นวีลแชร์ แพมเพิร์ส หรือสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ แต่กิตติพงษ์ยังให้การช่วยเหลือด้วยการสร้างบ้านให้กับผู้ยากไร้ในกรณีที่บ้านผุพัง โดย 5 ปีที่ผ่านมานี้ได้สร้างบ้านไปแล้วประมาณ 10 หลังคาเรือน
กิตติพงษ์ บอกว่า การช่วยเหลือด้วยการสร้างบ้านจะเป็นไปในรูปแบบของการระดมทุนหรือรับบริจาคจากกลุ่มเพื่อนๆ สายบุญ เพราะบ้านแต่ละหลังจะใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเพื่อนๆ ก็เต็มใจจะให้การช่วยเหลือร่วมแรงร่วมใจกัน ในแต่ละเคสของการช่วยเหลือไม่ใช่ว่าแค่มาบอกกล่าวขอร้อง แต่ทุกเคสจะมีการลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงว่าเดือดร้อนจริงหรือไม่ หากจริงก็จะเร่งให้การช่วยเหลือ
สำหรับการช่วยเหลือที่ประทับใจมากที่สุดตอนนี้กิตติพงษ์เขายกให้เป็นเคสสร้างบ้านในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเคสนี้คุณเป้ไปเจอด้วยความบังเอิญ โดยมีครูท่านหนึ่งนำเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 12 ปี และ 14 ปี ที่อาศัยอยู่กับคุณตาในสภาพบ้านที่ผุพัง มาโพสต์ในเฟซบุ๊กกลุ่มข่าวสารสุพรรณบุรี ในวันนั้นเขาได้เข้าไปในกลุ่มนี้เพื่อที่จะหาร้านปะยางให้กับเพื่อน แต่พอได้อ่านเรื่องราวของตาหลาน 3 รายนี้ ก็ได้ติดต่อไปยังคุณครูผู้ที่นำเรื่องราวมาโพสต์เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อพอจะมีข้อมูลจึงได้ลงพื้นที่ทันที
กิตติพงษ์ เล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่พบเรื่องราวของ 3 ชีวิตตาหลานว่ามันเป็นความบังเอิญที่น่าจะได้ทำบุญร่วมกันมา ความรู้สึกตอนนั้นคิดว่าเราต้องช่วย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ต้องให้การช่วยเหลือ
“เมื่อได้เห็นสภาพบ้านของ 3 ตาหลาน แทบจะหมดแรงเลย เพราะสิ่งที่เห็นเหมือนไม่ใช่บ้าน ห้องน้ำก็ไม่มี หลังบ้านก็ติดกับป่าอ้อย ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ซึ่งหากวันไหนตาไม่อยู่หรือทำงานกลับบ้านดึก หลานสาวทั้งสองก็มีความเสี่ยงที่จะไม่ปลอดภัยสูงมาก จากนั้นจึงได้ตัดสินใจช่วยเหลือปลูกบ้านให้ใหม่ทันที”
ปัจจุบันได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดหาช่างสร้างบ้านพร้อมกับขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง ขอกันแบบในราคาต้นทุน ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ 3 ชีวิตตาหลานก็ได้อยู่อาศัยบ้านหลังใหม่ พร้อมกับแสงสว่างของไฟฟ้าที่ทางคุณเป้ดำเนินการขอให้แบบครบครัน
กิตติพงษ์ ยังเล่าให้ฟังอีกว่าในวันที่ส่งมอบบ้านให้นั้น 3 ตาหลานร้องไห้ด้วยความดีใจ ส่วนตัวเราเองก็รู้สึกสบายใจ เพราะเมื่อบ้านแข็งแรงแน่นหนา เด็กหญิงทั้งสองที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นก็จะได้ปลอดภัย ที่ไปให้การช่วยเหลือแบ่งปันรอยยิ้ม ผู้รับแทบจะทุกคนต่างร้องไห้ดีใจที่ยังมีคนเห็นความทุกข์ ส่วนตัวเราเองก็อดที่จะน้ำตาคลอไม่ได้ หลายครั้งที่ต้องแอบหันไปทางอื่น
นักธุรกิจหนุ่มรายนี้ บอกทิ้งท้ายว่านอกจากความเดือดร้อนของคนรอบข้างที่เป็นจุดเริ่มต้นของการคืนกำไรให้กับสังคมยังได้ยึดคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ที่ทรงสอนไว้ว่า “อะไรที่แบ่งปันได้จงแบ่งปัน”ซึ่งจะเดินหน้าช่วยเหลือสังคมเพื่ดำเนินรอยตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อไป







