
ตลาดแข้งผู้ดีสุดเฉา ทีมเล็กแย่งซีนหนีตาย
ตลาดซื้อขายนักเตะฤดูหนาวสิ้นสุดลงแล้ว
โดย ชมณัฐ
ตลาดซื้อขายนักเตะฤดูหนาวสิ้นสุดลงแล้ว โดยไร้ความฮือฮา โดยเฉพาะศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ยอดช็อปปิ้งลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และกลายเป็นทีมเล็กที่เดินหน้าเสริมทัพเพื่อโอกาสอยู่รอด
ยอดซื้อลดฮวบ
20 สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก ใช้เงินในการซื้อนักเตะใหม่รวมกันเพียง 180 ล้านปอนด์ (ราว 7,380 ล้านบาท) เท่านั้น ในตลาดหน้าหนาวครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขลดลงนับตั้งแต่ปี 2012 และต่างจากปีก่อนที่ยอดซื้อทั้งเดือนอยู่ที่ 430 ล้านปอนด์ (17,630 ล้านบาท) ตามรายงานจาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในวงการฟุตบอลของ “ดีลอยต์” บริษัทตรวจสอบบัญชี 1 ใน 4 แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ขณะที่วันสุดท้ายก่อนเดดไลน์ที่แฟนบอลต่างจับตาว่าจะมีเซอร์ไพรส์บิ๊กเนมระดับท็อปหรือไม่ ปรากฏว่าไร้วี่แวว โดยมีนักเตะย้ายเข้ามาเพียงแค่ 12 ราย ยอดรวมที่ 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,050 ล้านบาท) ซึ่งต่างจากวันปิดทำการเมื่อซีซั่นที่แล้วที่มีมูลค่ารวม 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,150 ล้านบาทบาท)
“เมื่อเราเข้าใกล้ช่วงชี้ชะตาของฤดูกาล ค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายทีมช่วงเดือน ม.ค.ค่อนข้างเงียบเหงามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เราเคยเห็นในปีที่ผ่านๆ มา” ทิม บริดจ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกีฬาของดีลอยต์ กล่าว
บิ๊กทีมเงียบกริบ
ตลาดครั้งนี้เหล่าบรรดาบิ๊กทีมท็อป 6 ของตารางมีสัดส่วนการใช้เงินเพียง 43% เท่านั้นจากยอดรวมทั้งหมด (ปีที่แล้ว 62%) โดย “จ่าฝูง” ลิเวอร์พูล ที่กำลังคั่วแชมป์ไม่มีแข้งใหม่แม้แต่รายเดียว แถมยังปล่อยดาวรุ่งหลายรายทั้งแบบขายขาดและยืมตัว อาทิลาซาร์ มาร์โควิช, โดมินิก โซลันเก, เนธาเนียล ไคลน์, โอเวีย เอจาเรีย,เปโดร ชิริเบยา, เลียม มิลลาร์ และแม็ตตีเวอร์จู
ส่วนคู่แข่งอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีเพียง อันเต ปาลาเวอร์ซากองกลางดาวรุ่งโครเอเชีย แต่ก็ปล่อยกลับไปให้ต้นสังกัดเก่า ไฮดุค สปลิต ยืมตัวจนถึงปี 2020 เท่ากับว่าฤดูกาลนี้ เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสแปนิช ซื้อนักเตะใหม่ที่ใช้งานได้ทันทีเพียงรายเดียวเท่านั้น คือ ริยาด มาห์เรซ ที่ดึงมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนเปิดซีซั่น
เช่นเดียวกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ไม่ซื้อใครเพิ่มแต่ก็ยังคงรักษาผู้เล่นตัวหลักในทีมไว้ครบถ้วน พร้อมทำให้ “ไก่เดือยทอง” ไม่มีแข้งใหม่เพิ่มเลยตลอดตลาดนักเตะทั้งสองรอบในฤดูกาลนี้ นอกจากนี้ยังมี เอฟเวอร์ตัน และเซาแธมป์ตัน ที่ไม่เสริมตัวผู้เล่นในตลาดครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
“ปืน-สิงห์”แก้ตรงจุด
2 ทีมจากลอนดอน เสริมผู้เล่นใหม่ได้ตรงจุดและเป็นที่ถูกอกถูกใจกองเชียร์ โดย “ปืนโต” อาร์เซนอล ยืมตัว เดนิสซัวเรซ มิดฟิลด์ชาวสเปน มาจากบาร์เซโลนาจนจบฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาดในอนาคตในราคา 25 ล้านยูโร (ราว 900 ล้านบาท)
แข้งวัย 25 ปี เคยเป็นหนึ่งในลูกทีมของ อูไน เอเมรี กุนซือปืนโต สมัยคุมทัพ เซบียา ชุดคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก ฤดูกาล 2014-2015 และเชื่อว่าการย้ายมาครั้งนี้จะเข้ามาทดแทน เมซุต โอซิล ที่เจ็บออดๆ แอดๆ ได้เป็นอย่างดี
“ผมมาที่นี่เพื่อที่จะลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพาทีมคว้าโควตาไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ผมอยากที่จะคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกกับอาร์เซนอลด้วยเช่นกัน มันเป็นโทรฟี่ที่ผมและเอเมรีเคยคว้ามาได้สมัยที่พวกเราร่วมงานกันที่เซบียาและผมอยากที่จะคว้ามันให้ได้อีกครั้ง” ซัวเรซ เผย
ขณะที่ เมาริซิโอ ซาร์รีผู้จัดการทีมเชลซี ก็ยืมตัว กอนซาโล อิกัวอิน กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ที่ร่วมงานกันในสีเสื้อนาโปลี มาแก้ปัญหาปืนฝืด พร้อมปล่อย อัลบาโร โมราตาให้ แอตเลติโก มาดริด ยืมตัวไปเรียกความมั่นใจ นอกจากนี้ยังได้ คริสเตียน พูลิซิชแนวรุกดาวรุ่งจาก โบรุสเซียดอร์ตมุนด์ ในราคา 58 ล้านปอนด์ (ราว 2,378 ล้านบาท) แต่ปล่อยให้ “เสือเหลือง” ใช้งานไปก่อนจนจบฤดูกาลนี้
ทีมเล็กแย่งซีน
เหล่าบรรดาทีมครึ่งล่างของตารางคะแนน กลายเป็นไฮไลต์สำคัญของตลาดครั้งนี้ เพราะหลายทีมต่างจัดเต็มเพื่อหวังรักษาพื้นที่บนเวทีลีกสูงสุด
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทุ่มเงินสถิติสโมสร 20 ล้านปอนด์ (ราว 820 ล้านบาท) คว้าตัว มิเกล อัลมิรอน เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติปารากวัย จากแอตแลนตา ยูไนเต็ด ในเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ สหรัฐ ด้วยสัญญา 5 ปีครึ่ง ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมที่ “สาลิกาดง” ซื้อ ไมเคิล โอเวน มาจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2005 ด้วยค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์ (ราว 676.5 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ยังมี บอร์นมัท ที่ซื้อ โดมินิกโซลันเก กองหน้าดาวรุ่งของอังกฤษ มาจาก “หงส์แดง” ในราคา 19 ล้านปอนด์ (ราว 779 ล้านบาท), เบิร์นลีย์ ที่คว้า ปีเตอร์ เคราช์ กองหน้าร่างโย่งวัย 38 ปี จากสโตก ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ยืมตัว ยูริ ตีเลม็องส์มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเบลเยียม จากโมนาโก และคริสตัล พาเลซ ยืมตัว มิชี บาตชูอายี กองหน้าชาวเบลเยียม กลับมาล่าตาข่ายบนเกาะผู้ดีอีกคำรบ







