posttoday
โค้ชซิโก้และโค้ชโซลชา เรียกเขาว่า Idol Leader

โค้ชซิโก้และโค้ชโซลชา เรียกเขาว่า Idol Leader

02 กุมภาพันธ์ 2562

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลทั้งในและต่างประเทศติดตามเชียร์ทีมชาติไทย

โดย ดิลก ถือกล้า [email protected] 

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลทั้งในและต่างประเทศติดตามเชียร์ทีมชาติไทย มีทีมโปรดที่เป็นทีมสโมสรทั้งในและต่างประเทศ สำหรับผมการติดตามดูการแข่งขันกีฬาฟุตบอล นอกจากความสนุกจากเกมการแข่งขันแล้ว การได้ดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการวางหมาก การแก้เกมของโค้ช การพัฒนาการของนักเตะ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นและผู้จัดการทีมที่สะท้อนออกมาเป็นความกระตือรือร้นของผู้เล่นในสนามก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าศึกษา และวิเคราะห์

มีปรากฏการณ์ที่ผมมองเห็นจากโค้ชฟุตบอลสองท่านคือ โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตโค้ชทีมชาติไทย และโค้ชโอเล กุนนาร์ โซลชา โค้ชคนปัจจุบันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พวกเขาก้าวมารับหน้าที่แล้วสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับทีม จากเดิมที่เป็นทีมที่กำลังระส่ำระสาย ไม่ประสบความสำเร็จ หรือไร้ชัยชนะมาช่วงเวลาหนึ่ง กลับกลายมาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบนั้นได้ มาดูกันครับ

โค้ชซิโก้ถูกทาบทามเชิญตัวให้เข้ามารับหน้าที่โค้ชทีมชาติไทย เมื่อปี 2556 ในช่วงที่ทีมชาติไทยไม่ประสบความสำเร็จเป็นเวลานาน ทั้งที่มีการจ้างโค้ชมือดีจากต่างชาติเข้ามาอย่างเช่น วินเฟรด เชฟเฟอร์ เข้ามาทำทีม แต่ก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการ แต่หลังจากโค้ชซิโก้เข้ามาคุมทีมได้ไม่นานก็ได้สร้างปรากฏการณ์ “ถลกหนังมังกร” คือ นำทีมชาติไทยพลังหนุ่มไปชนะทีมชาติจีนถึงถิ่น 5-1 เมื่อปี 2556 และเป็นจุดตั้งต้นที่สร้างโมเมนตัมให้เกิดกระแสรักและศรัทธาฟุตบอลไทยอย่างสูง โค้ชซิโก้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้นักเตะได้อย่างยอดเยี่ยม นำมาซึ่งการได้แชมป์ทั้งซีเกมส์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2 สมัย ได้เข้ารอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 12 ทีมสุดท้าย จนกระทั่งสุดท้ายได้แสดงสปิริตลาออกไปจากเบื้องลึกเบื้องหลังที่หลายท่านทราบดี

โค้ชโซลชาถูกเรียกตัวเข้ามากู้สถานการณ์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังตกต่ำภายใต้การนำของโจเซ มูรินโญ โค้ชโซลชาถูกเรียกเข้ามาเพื่อคุมทีมขัดตาทัพในระหว่างที่ตัวเขาเองยังคุมทีมในลีกฟุตบอลของนอร์เวย์ เขาเป็นอดีตนักเตะที่เป็นที่รักของแฟนบอลทีมปีศาจแดง ได้ฉายาว่า “เพชฌฆาตหน้าทารก” ที่มีส่วนช่วยพาทีมประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในช่วงที่เขาอยู่กับทีม ตอนที่เขาเข้ามารับช่วงต่อจากคนเดิม มีคนตั้งคำถามด้วยความกังขาว่าเขาจะสามารถพาทีมให้ดีขึ้นได้หรือไม่ และถึงวันนี้เขาพิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ธรรมดา เพราะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพาทีมชนะติดต่อกัน 8 นัด จากการลงแข่งขันทุกรายการและกลายเป็นทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ผู้เล่นมีความกระหายในการลงเล่นเป็นคนละทีมจากที่อยู่ภายใต้โค้ชคนเดิม

สิ่งที่น่าสนใจที่เป็นปรากฏการณ์ร่วมกันของโค้ชสองท่านนี้คือ การที่ทั้งสองท่านเคยเป็นอดีตนักเตะที่เคยเป็นที่รักและชื่นชอบของแฟนบอล และก้าวเข้ามารับตำแหน่งในช่วงอายุที่ยังไม่มาก ผมขอเรียกว่า ทั้งสองท่านเป็นผู้นำที่เรียกว่า Idol Leader คือ เป็นผู้นำที่สร้างความสำเร็จในทีมด้วยต้นทุนการเป็นผู้ที่เป็นไอดอลของวงการนั้นมาก่อนแล้ว เป็นลักษณะผู้นำที่ยังไม่มีแนวคิดด้านภาวะผู้นำหรือตำราด้านภาวะผู้นำเล่มไหนได้กล่าวถึง เพียงแต่ผมขอเรียกขึ้นมาเองจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมมองว่าปัจจัยที่ทำให้ผู้นำแบบ Idol Leader สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือสร้างผลสำเร็จให้กับทีมได้ คือ

1.มีต้นทุนการถูกยอมรับ

Idol Leader จะมีต้นทุนของการถูกยอมรับว่า เคยประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือวิชาชีพนั้นอยู่ก่อนแล้ว ทำให้การเข้ามาเป็นผู้นำ จึงไม่ต้องใช้เวลามากในการสร้างการยอมรับนำไปสู่การเริ่มจะทำอะไรต่อไปก็จะทำได้ดีตั้งแต่ในช่วงแรก

2.การสร้างแรงบันดาลใจได้โดยธรรมชาติ

โดยตัวความเป็น Idol เอง จะสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีมได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ Idol Leader สามารถสร้างทีมสปิริตได้เป็นอย่างดี อย่างที่โค้ชโซลชาเข้ามาทำเพียงการคุมทีมนัดแรก ก็ทำให้บรรยากาศในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไปเป็นคนละทีม

3.ความลึกของใจถึงใจ

Idol Leader จะเข้าใจ หรือแสดงความเข้าใจหัวอกของทีมได้ในมิติที่ลึกกว่า เพราะการที่ Idol Leader คนนั้นจะประสบความสำเร็จในอาชีพได้ในระดับที่เป็น Idol จะต้องมุ่งมั่น ฟันฝ่าอะไรมาไม่ใช่น้อย เขาจึงเข้าใจหัวจิตหัวใจของผู้เล่นในทีมเป็นอย่างดีว่าจะกระตุ้น หรือ จะใช้หลักจิตวิทยาแบบไหนในการกระตุ้น หรือดึงศักยภาพของทีมออกมาได้อย่างสูงสุด โค้ชซิโก้ต้องฝืนสู้และเจ็บปวดจากการต่อสู้เพื่อเป็นผู้เล่นในทีมลีกอังกฤษ แต่บาดแผลดังกล่าวกลับสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจในวิถีฟุตบอลนำมาชี้แนะผู้เล่นในทีมได้อย่างลึกซึ้ง

4.มีจิตวิญญาณความท้าทาย

Idol Leader จะมีแรงขับที่สูงอยู่ในตัวเองที่จะทำอะไร ก็จะทำให้ดีที่สุด และเป็นคนที่ทำอะไรให้ได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้นำ
จึงยังคงจิตวิญญาณของความมุ่งมั่นท้าทายที่ส่งไปถึงลูกทีมได้

5.มี Charisma ที่เราเรียกกันว่า บารมี

ไม่ว่า Idol ในวงการไหน มักมี Charisma ที่จะดึงดูดคนให้เข้าหา และพร้อมจะเดินตาม ดังนั้น ผู้นำแบบ Idol Leader จึงสามารถเคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างมีพลัง เพราะธรรมชาติของคนจะเชื่อฟัง และพร้อมจะทำตามคนที่ตนชื่นชมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

นี่คือสิ่งที่ผมมองเห็นจากผู้นำแบบ Idol Leader ที่แม้จะยังไม่มีตำราเล่มไหนพูดถึง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้บอกอยู่ในตัวเองอยู่แล้วว่า ผู้นำแบบ Idol Leader มีลักษณะเฉพาะบางอย่างที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างผลสำเร็จได้อย่างมีลักษณะเฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย