
ส่ง‘น็อต’บุกไทย ขานรับเทรนด์ นาฬิกาแฟชั่น
รอนนี่ฯ ชี้นาฬิกายังบูม สัญญาณกำลังซื้อชัดหลังเลือกตั้ง
รอนนี่ฯ ชี้นาฬิกายังบูม สัญญาณกำลังซื้อชัดหลังเลือกตั้งเร่งขยายแบรนด์น็อตจากญี่ปุ่นในไทย ตั้งเป้ายอดขายโต 15%
นายรอนนี่ โกรเวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดนาฬิกาแฟชั่นในไทย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องมีมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของตลาดนาฬิกาทั้งหมด สาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการ และราคาที่จับต้องได้ง่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ มองว่าตลาดนาฬิกาแฟชั่นในปีนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้ในขณะนี้ผู้บริโภค ส่วนใหญ่จะรัดเข็มขัด แต่เชื่อว่าสัญญาณกำลังซื้อจะกลับมาคึกคัก และส่งผลดีต่อตลาดนาฬิกาตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้งเป็นต้นไป
สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทในปีนี้ จะเร่งขยายแบรนด์นาฬิกาน็อต (KNOT) แบรนด์นาฬิกาแฟชั่นระดับพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่นเข้าทำตลาดในไทย โดยชูเอกลักษณ์ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ ด้วยคอลเลกชั่นตัวเรือนและสายนาฬิกากว่า 1 หมื่นรูปแบบ ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการมองหาความแตกต่างและไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ จะใช้งบลงทุนราว 10-20 ล้านบาท สำหรับขยายร้านคอนเซ็ปต์สโตร์และแกลเลอรี่ทั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและในรูปแบบของสแตนด์อะโลนเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง รวมเป็น 10 แห่งในปีนี้ โดยตั้งเป้ายอดขายแบรนด์น็อตในปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 15% และในอีก 5 ปีข้างหน้าตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาด 3% หรือราว 400 ล้านบาทในกลุ่มนาฬิกาแฟชั่นของไทย
นายโกรเวอร์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมขยายธุรกิจด้วยการนำเข้านาฬิกา และรองเท้า เพิ่มอีก 2-3 แบรนด์ในปีนี้ ซึ่งจะสนับสนุนให้ยอดขายรวมของบริษัทปีนี้สามารถเติบโตที่ 15-20% แบ่งเป็นยอดขายนาฬิกาที่ 70% และรองเท้าที่ 30%
นายฮิโรมิตสุ เอ็นโดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร น็อต ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การขยายแบรนด์ในไทยถือเป็นตลาดต่างประเทศลำดับที่ 2 หลังจากไปที่ไต้หวัน ซึ่งจากนี้เตรียมขยายแบรนด์สู่สิงคโปร์และเวียดนาม พร้อมวางเป้าหมายยอดขายในไทยขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนาฬิกาแฟชั่นภายใน 3 ปีนับจากนี้







