ทางด่วนภูเก็ตอ่วมต้นทุนพุ่ง ค่าเวนคืนที่ดินเฉียด8พันล้าน เหตุชาวบ้านแห่เก็งกำไร
กทพ.ชงบอร์ดพีพีพีอนุมัติโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ขณะที่บอร์ด กทพ.ตีกันวุ่น จ่อยกเลิกแผนเซตซีโร่ค่าโง่ทางด่วน
กทพ.ชงบอร์ดพีพีพีอนุมัติโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ขณะที่บอร์ด กทพ.ตีกันวุ่น จ่อยกเลิกแผนเซตซีโร่ค่าโง่ทางด่วน
แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเห็นชอบการปรับเปลี่ยนร่างขอบเขตประกวดราคา (ทีโออาร์) ของโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต แล้วโดย กทพ.ได้นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อขออนุมัติ ทีโออาร์ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี)
ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนเอกชนฯ พ.ศ. 2556 ขึ้นมาตรวจสอบร่างทีโออาร์ เพื่อส่งเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป เนื่องจากความล่าช้าของโครงการส่งผลให้วงเงินในการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าเวนคืนที่ดินซึ่งพุ่งสูงถึง 7,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,000-2,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 5,600 ล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่แปลงงามอย่างป่าตองนั้นมีราคาต่อไร่สูงกว่า 250 ล้านบาทเข้าไปแล้ว
นอกจากนี้ ค่าก่อสร้างยังเพิ่มขึ้นตามค่าวัสดุก่อสร้างและต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มมากขึ้นตามราคาตลาดโลก ส่งผลให้โครงการดังกล่าวมีวงเงินลงทุนใหม่ทั้งหมด 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้างงานโยธา 8,400 ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 7,600 ล้านบาท จากเดิมมีวงเงินลงทุน 1.3 หมื่นล้านบาท
สำหรับแนวทางการเปิดประมูลโครงการนั้นได้ข้อสรุปแล้วคือจะใช้รูปแบบเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนพีพีพี เน็ต คอสต์ คือรัฐบาลลงทุนเวนคืนที่ดิน ส่วนเอกชน ลงทุนงานก่อสร้าง งานระบบบริหารและบำรุงรักษาทั้งหมด โดยจัดสรรรายได้ต่อปีให้รัฐบาลตามที่ตกลงกัน ทั้งหมดนี้จะเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอในฝ่ายต่างๆ ก่อนจะเคาะประมูลได้ในช่วงปลายปี 2562
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) กทพ. ระบุว่าที่ประชุมบอร์ด กทพ.ได้หารือประเด็นการชำระค่าชดเชยทางด่วนให้กับเอกชนวงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยเฉพาะความเหมาะสมในการขยายสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ออกไปอีก 37 ปี เพื่อแลกกับคดีฟ้องร้องทั้งหมดหรือ เซตซีโร่ ซึ่งบางฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสมซึ่งนายสุรงค์ บูลกุล ประธานบอร์ด กทพ.จะนำสรุปข้อคิดเห็นเสนอให้การประชุมบอร์ดในครั้งหน้าพิจารณายกเลิกเซตซีโร่ค่าโง่ทางด่วน หากได้รับการอนุมัติจะ เดินหน้าตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้ข้อสรุปและมีความเข้าใจร่วมกันถึงแนวทางดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายผู้บริหาร กทพ.มองว่าการเซตซีโร่จะเป็นการลดความเสี่ยงการสูญเสียรายได้ทั้งหมดของ กทพ.ในอนาคต จากคดีที่มีการฟ้องร้องกันถึง 1.3 แสนล้านบาท มีโอกาสน้อยมากที่ กทพ.จะชนะในการต่อสู้คดี อีกทั้งเมื่อดูจากรายได้ในแต่ละปีแล้วด้วยตัวเลขดังกล่าวคงต้องเป็นการกู้เพื่อมาชำระให้เอกชน


