
MTCเติบโตได้ในทุกๆกฎเกณฑ์
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมาอีกแล้วในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ
โดย ยินดี ฤตวิรุฬห์
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมาอีกแล้วในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสำหรับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมากำกับดูแลธุรกิจธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ที่ตลาดตื่นตูมประเด็นจัดชั้นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และการเปลี่ยนนโยบายบัญชีใหม่ ผลของข่าวนี้ทำให้ราคาหุ้นของบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) และบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ถูกกระทบและปรับตัวลดลง...แต่ในความเป็นจริงเป็นอย่างไรนั้น
ปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล บอกว่า บริษัทจะไม่ได้รับกระทบจากการดำเนินการจัดชั้นหนี้ใหม่ เพราะทุกวันนี้ดำเนินการทุกอย่างตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอความร่วมมืออยู่แล้ว โดยเงินค่างวดที่ได้รับชำระจะนำไปตัดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยค้างจ่ายพร้อมกันตามเงื่อนไขสัญญา แม้จะมียอดค้างชำระไว้แต่เดิมก็ตาม ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดชั้นลูกหนี้เป็น NPL
“พร้อมดำเนินการทุกอย่างตามกฎเกณฑ์ของ ธปท.เพราะพร้อมในการเข้าไปรับฟังหรือแลกเปลี่ยนกับทางการเพื่อให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันในการปฏิบัติและพร้อมรับกับทุกๆ กฎเกณฑ์ที่ออกมา เพราะตั้งใจที่ดำเนินธุรกิจให้มีการเติบโต ให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้ในการทำธุรกิจหรือจำเป็นในชีวิต และยังมั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทจะยังเติบโตได้มั่นคงในอนาคต” ปริทัศน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่สิงคโปร์กับเครดิตสวิส ซึ่งพบผู้จัดการกองทุนประมาณ 40 ราย โดยมีทั้งที่ลงทุนในหุ้นและสนใจที่จะเข้ามาลงทุน ประเด็นหลักๆ ที่นักลงทุนสนใจซักถาม คือ 1.การเลือกตั้งในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้น 2.ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นบริษัทมีแนวทางในการบริหารจัดการอย่างไร และ 3.การเติบโตของธุรกิจในอนาคตเป็นอย่างไร ซึ่งก็ได้บอกกับผู้จัดการกองทุนไปว่า มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยพอร์ตสินเชื่อปีนี้จะโตจากปีก่อน 35% และจะโตต่อเนื่องได้อีก ทั้งจากการขยายสาขาที่จะเพิ่มขึ้น 600 สาขาในปีนี้ จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 3,600 สาขา และด้วยกลยุทธ์แบบนี้เชื่อว่ารายได้และกำไรในปีนี้และในอนาคตยังเติบโตได้
สำหรับประเด็นต้นทุนทางการเงินหลังจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น ในส่วนของบริษัทเองมีช่องทางในการระดมเงินเพื่อนำมาขยายพอร์ตสินเชื่อ ทั้งจากการระดมเงินด้วยการออกหุ้นกู้ ที่ผ่านมาดำเนินการมาต่อเนื่อง ซึ่งผลทำให้ต้นทุนการเงินเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ 3.6%
นากจากนี้ ภายในเดือนนี้จะเป็นครั้งแรกที่บริษัทจะออกหุ้นกู้เพื่อเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป อายุ 3 ปี วงเงิน 4,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ดีให้กับนักลงทุนและผลของการออกหุ้นกู้ รวมถึงดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น บริษัทประเมินว่าต้นทุนการเงินเฉลี่ยของบริษัทอาจจะขยับขึ้นมาเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4% นิดๆ จาก 3.6% ในปีนี้
“ผมเชื่อว่าธุรกิจเรายังเติบโตและเราเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการทุนของลูกค้าที่ยังคงเข้ามาสู่บริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้ามีทั้งรายใหม่และรายที่ย้ายมาจากบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกันกับบริษัท” ปริทัศน์ ระบุ
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การจัดชั้น NPL แบบใหม่ กระทบแบงก์บางแห่ง แต่ไม่กระทบ MTC-SAWAD โดยหุ้นในกลุ่มภาคการเงิน ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ และกลุ่มเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง ยังคงถูกรบกวนจากหลักเกณฑ์ต่างๆ ของ ธปท.ที่เข้มงวดขึ้น ล่าสุดการจัดชั้น NPL แบบใหม่ของ ธปท.ก็ทำให้ธนาคารพาณิชย์บางแห่ง ต้องตั้งสำรองมากขึ้น เช่น TISCO ซึ่งราคาหุ้นก็ตกไปเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับการจัดชั้น NPL แบบใหม่ขอ ธปท.นั้น คือ วิธีการบันทึกค่างวดของลูกหนี้ที่จ่ายชำระหนี้ไม่เป็นปกติ กล่าวคือจ่ายบ้างไม่จ่ายบ้างและเงินต้นค้างสะสมเกิน 3 งวด และฝ่ายวิจัยสอบถามไปยัง MTC และ SAWAD ได้รับการยืนยันจากทั้งสองบริษัทว่าเงินงวดที่ได้รับชำระจากปัจจุบันได้ปฏิบัติตามแนวทางที่ ธปท.ขอความร่วมมืออยู่แล้ว โดยเงินค่างวดที่ได้รับชำระจะนำไปตัดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยค้างจ่ายพร้อมกันตามเงื่อนไขสัญญา
หุ้นปรับฐานแรงจึงเป็นโอกาสซื้อ MTC ให้เป้าหมาย 56 บาท และ SAWAD ราคาเป้าหมาย 55 บาท







