posttoday
เปิดแผนพาณิชย์ เจาะตลาดส่งออก

เปิดแผนพาณิชย์ เจาะตลาดส่งออก

19 มกราคม 2562

ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ปีนี้สถานการณ์การส่งออกของไทยน่าจะเผชิญปัจจัยเสี่ยงหนักกว่าปีที่ผ่านมา

ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ปีนี้สถานการณ์การส่งออกของไทยน่าจะเผชิญปัจจัยเสี่ยงหนักกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งจากสงครามการค้าที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติ อัตราแลกเปลี่ยนของไทยที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ล้วนเป็นปัจจัยลบต่อการส่งออกไทยแทบทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของการส่งออกไทยที่ 8% พร้อมทั้งเตรียมแผนเจาะตลาดที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมมุ่งเน้นการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดศักยภาพใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียน จีน ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกาอินเดีย และแอฟริกา ควบคู่ไปกับการรักษาตลาดหลัก ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป โดยเน้นผลักดันการส่งออกและลงทุน/ประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ในสินค้าและธุรกิจบริการที่มีศักยภาพในคลัสเตอร์ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ (Indigenous Globally Competitive Cluster) ได้แก่ คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร คลัสเตอร์อัญมณีและเครื่องประดับ และ 6 กลุ่มธุรกิจบริการเป้าหมาย (Wellness & Medical Services/Creative Economy Industry/Trade Logistics & Facilitation/Institutional Services & Related/Trade Supporting Services/Digital Business) พร้อมจัดทำข้อมูลความต้องการสินค้ารายตลาดเพื่อช่วยผู้ส่งออกเจาะตลาดได้แม่นยำขึ้น ได้แก่

ตลาดอาเซียน ถือเป็นตลาดที่มีสัดส่วนกว่า 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย และเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียนยังขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้งอาเซียนนิยมแบรนด์ของไทย ทำให้โอกาสของไทยมีสูงมากโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภค/บริโภค จักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า ธุรกิจบริการด้านก่อสร้าง/ตกแต่ง ด้านสุขภาพและความงาม ด้านท่องเที่ยวและโรงแรม โดยกรมมีกลยุทธ์ผลักดันการสร้างเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ไทยผ่านช่องทางเผยแพร่ เช่น โซเชียลมีเดียและสื่ออื่นๆ และการจัดงาน Top Thai Brand 12 งาน ใน 9 ประเทศ ได้แก่ ซีแอลเอ็มวี และยังมี จีน อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา ปากีสถาน ด้วยการขยายความร่วมมือระหว่างเมืองแนวชายแดน อีกทั้งร่วมมือกับภาคเอกชนผลักดันให้ไปลงทุนในธุรกิจค้าปลีกในซีแอลเอ็มวีเพื่อใช้เป็นช่องทางกระจายสินค้า

ตลาดจีน จะใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์แนบแน่น เจาะรายมณฑลตามเส้นทาง BRI โดยเฉพาะ 11 มณฑลในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง หรือ Pan Pearl River Delta (PPRD) และอี-คอมเมิร์ซเน้นกลุ่มสินค้าศักยภาพใหม่ๆ

“ชาวจีนเชื่อถือคุณภาพ ความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและสินค้าอาหารของไทย อีกทั้งเจาะกลุ่ม Super Rich ด้วยสินค้าไลฟ์สไตล์ ดีไซน์ชั้นนำ และแบรนด์ในเมืองใหญ่”

ตลาดเอเชียตะวันออก/ออสเตรเลีย ไทยมีจุดแข็งด้านการบริการและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะใช้กลยุทธ์เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมของญี่ปุ่น สำหรับเกาหลีจะเชื่อมกับอี-คอมเมิร์ซ ตลอดจนเจาะกลุ่มรักสุขภาพในออสเตรเลีย

นอกจากนี้ ตลาดเอเชียใต้จะผลักดันเอสเอ็มอีไทยไปสร้างแบรนด์ประกอบธุรกิจ ด้านบริการและธุรกิจสร้างสรรค์ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ FTA/RCEP เนื่องจากเอเชียใต้ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก จึงมุ่งเจาะรัฐที่มีศักยภาพ เช่น คุชราต ที่มี Super Rich มาก สินค้าไลฟ์สไตล์ ก่อสร้าง จึงมีโอกาสที่ดี รวมทั้ง ปากีสถาน ศรีลังกา มัลดีฟส์ ส่วนตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลาง มีโอกาสในการขยายสินค้าอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องจักรกลการเกษตร สินค้าก่อสร้าง อัญมณี สินค้าฮาลาล เจาะตลาดใหม่ เช่น เยเมน กาตาร์ ขยายโอกาสทางการค้าสู่เมืองใหม่ในแอฟริกา เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ