
ส่งออกพ.ย.วูบพิษเทรดวอร์ ติดลบ 0.95% ครั้งที่ 2 ในรอบปี
ยอดส่งออก พ.ย. 2.12 หมื่นล้านดอลลาร์ ติดลบ 0.95% ครั้งที่ 2 ในรอบปี เหตุสินค้ากลุ่มซัพพลายเชนไปจีนติดลบหนัก
ยอดส่งออก พ.ย. 2.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้ากลุ่มซัพพลายเชนไปจีนติดลบหนัก
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือน พ.ย. 2561 มีมูลค่า 2.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.95% ซึ่งเป็นการกลับมาติดลบครั้งที่ 2 ในรอบ ปีนี้ หลังจากที่เดือน ก.ย.ติดลบ 5.20% เมื่อเทียบรูปเงินบาทการส่งออกมีมูลค่า 6.88 แสนล้านบาท ลดลง 2.40% ส่วนการ นำเข้า พ.ย. 2561 มีมูลค่า 2.24 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.66% ทำไทยขาดดุลการค้ามูลค่า 1,177.8 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ การส่งออกในเดือน พ.ย. หากหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและทองคำออก ส่งออกลดลง 4% หากหักเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันส่งออกลดลง 3.1% และหากหักสินค้าเฉพาะทองคำออกส่งออกลดลง 1.8%
สำหรับการส่งออกช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ปี 2561 มีมูลค่า 2.32 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.29% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ส่วนการนำเข้าช่วง 11 เดือน 2561 มีมูลค่า 2.31 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.77% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าช่วง 11 เดือน มูลค่า 1,381 ล้านดอลลาร์
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า การส่งออก พ.ย.ที่กลับมาติดลบอีกครั้ง เป็นผลกระทบ จากสงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีนที่เริ่มแผ่ขยายมายังไทย ซึ่งจากการติดตามผลกระทบของเทรดวอร์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม พบว่า กลุ่มแรกเป็นกลุ่มสินค้าส่งออกของไทยที่ได้รับ ผลจากมาตรการสหรัฐขึ้นภาษีสินค้ากับทั่วโลก โดยไทยส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ ไปสหรัฐเดือน พ.ย. 2561 มีมูลค่า 70.8 ล้านดอลลาร์ ลดลง 18.4% เทียบกับ พ.ย. 2560 หรือมูลค่าส่งออกหายไปประมาณ 38.7 ล้านดอลลาร์ ได้แก่ โซลาร์เซลล์ ติดลบ 84.3% เครื่องซักผ้า ลบ 94.4% เหล็ก เพิ่ม 53.1% และอะลูมิเนียม เพิ่ม 107.1%
ขณะที่กลุ่ม 2 เป็นสินค้าไทยในกลุ่มที่เป็นห่วงโซ่อุปทานของจีน ซึ่งได้รับผล กระทบจากการที่สหรัฐใช้มาตรการภาษีกับจีน โดยไทยส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปจีนเดือน พ.ย. 2561 มีมูลค่า 2,435 ล้านดอลลาร์ ลดลง 9.6% หรือมูลค่าหายไป 257.3 ล้านดอลลาร์ เช่น ยานพาหนะและส่วนประกอบ ลด 59.2% ของใช้ในบ้าน/ออฟฟิศ ลด 27.8% ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ และแผงวงจร ลด 25.1% เครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับและเครื่องสำอาง ลด 9.9%
สำหรับกลุ่ม 3 เป็นสินค้าที่ไทยได้รับผลดีจากการส่งออกสินค้าเข้าไปทดแทนสินค้าจีนในตลาด โดยการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวเดือน พ.ย.มีมูลค่า 2,050 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.2% หรือมีมูลค่าเพิ่ม 301 ล้านดอลลาร์ เช่น เคมีภัณฑ์ เพิ่ม 14.5% เครื่องจักรและส่วนประกอบ เพิ่ม 22.1%
"นอกจากผลกระทบของเทรดวอร์ที่ ทำให้การส่งออก พ.ย.ลดลงแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไทยผลิตเป็น ซัพพลายเชนส่งออกไปจีน ยังเป็นผลจากฐานการส่งออกสินค้าในกลุ่มยานยนต์และข้าวเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงมาก ทำให้ปีนี้จึงปรับตัวลดลง แต่เป็นภาวะชั่วคราวเท่านั้น" น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากจะผลักดันการส่งออกปี 2561 ให้ขยายตัวตามเป้าหมาย 8% การส่งออกเดือน ธ.ค. จะต้องมีมูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขึ้นไป หากเดือน ธ.ค.ส่งออกได้แค่ 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์ การส่งออกทั้งปี 2561 จะโต 7.5%
น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกเดือน พ.ย.ที่ ขยายตัวติดลบ ไม่น่าตกใจ เพราะบางปัจจัยที่เป็นผลกระทบ โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในซัพพลายเชนของจีน คงจะทำอะไรมากไม่ได้ ต้องผลักดันหาตลาดอื่นเพิ่ม ซึ่งกรมมีแผนที่จะเร่งหาตลาดรองรับ มีทั้งการจัดคณะผู้แทนการค้าไปเคาะประตูบ้าน เช่น กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ยาง







