
อาเซียนหวั่น‘อหิวาต์หมู’ เขย่าภาคอุตสาหกรรม
การระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกาที่เกิดขึ้นครั้งแรกในจีนเมื่อเดือน ส.ค.
โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกาที่เกิดขึ้นครั้งแรกในจีนเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตอนนี้เวลาได้ล่วงเข้าเดือนที่ 5 ของการระบาดแล้ว แต่ยังคงไม่มีวี่แววว่ารัฐบาลจีนสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของโรคได้แต่อย่างใด ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือความกังวลที่ว่าโรคอหิวาต์หมูจากจีนอาจจะแพร่กระจายเข้าสู่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เริ่มคืบคลานเข้ามาทุกขณะ
นิกเกอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคอหิวาต์หมูครั้งแรกที่มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน จนถึงตอนนี้ได้มีการรายงานการแพร่กระจายของโรคมากกว่า 70 ครั้ง ใน 20 มณฑลทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้และทางการจีนก็ได้ทำการฆ่าหมูไปแล้วกว่า 6 แสนตัว
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ได้ออกมาเตือนว่า ความน่ากลัวของอหิวาต์หมูคือ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใดที่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดและรักษาโรคนี้ได้ และหากหมูติดเชื้อชนิดรุนแรงที่สุดแล้ว อัตราการตายนั้นเท่ากับ 100% นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการระบาดของโรคนี้จึงถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมฟาร์มหมูจีน ซึ่งมีจำนวนหมูทั่วประเทศกว่า 700 ล้านตัว
หวั่นโรคเข้าไทย
ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมฟาร์มหมูในจีนเท่านั้นที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากโรคอหิวาต์หมู เพราะในตอนนี้การระบาดของโรคได้แพร่เข้าสู่หมู่บ้านกวานฟาง ในมณฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทย กัมพูชา และลาวไม่ถึง 200 กิโลเมตรเท่านั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ของไทย เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบเชื้อของโรคอหิวาต์หมูแอฟริกาในไส้กรอกที่นักท่องเที่ยวจีนนำเข้ามาในไทย ผ่านเที่ยวบินจากมณฑลเฉิงตูมายัง จ.เชียงราย และได้นำส่งห้องปฏิบัติการเพื่อเร่งป้องกันการระบาดต่อของเชื้อแล้ว
ทั้งนี้ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ระบุว่า อหิวาต์สุกรเป็นโรคที่พบได้ในหมูเท่านั้นและไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ ส่วนกรณีการรับประทานเนื้อหมูควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และก่อนรับประทานต้องปรุงให้สุกทุกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งคุมเข้มด่านบริเวณชายแดนและในสนามบินมากขึ้น ด้วยการห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อหมูในประเทศสุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการระบาดของโรค
แม้ว่าโรคอหิวาต์หมูนั้นจะไม่ติดต่อสู่คน แต่ถ้าหากโรคนี้ได้แพร่เข้ามาสู่ไทย อุตสาหกรรมฟาร์มหมูในไทย ซึ่งมีมูลค่าต่อปีมากถึง 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.08 แสนล้านบาท) จะได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล
“นี่เป็นเรื่องน่ากังวลมากที่สุดในช่วงระยะเวลา 17 ปี ที่ผมเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรไทยมา รัฐบาลควรเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์สุกร และควรทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นในไทย” สุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรไทย กล่าว
เช่นเดียวกับ จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่ระบุว่า สถานการณ์จะเลวร้ายอย่างมาก หากโรคอหิวาต์สุกรแพร่เข้ามาในไทย ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่ออุตสาหกรรมฟาร์มหมูของประเทศ
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ไทย ระบุว่า ในปี 2017 หมูในไทยมีจำนวนมากถึง 10 ล้านตัว โดยมีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) และบริษัท เบทาโกร ครองตลาดส่วนใหญ่ร่วมกัน 40% อย่างไรก็ดี นิกเกอิ เอเชียนรีวิว รายงานว่าหมูในไทยกว่า 80% ได้รับการเลี้ยงดูในระบบฟาร์มขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพที่ค่อนข้างสูงและมีคุณภาพที่ดี ตรงข้ามกับหมูในเวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ถูกเลี้ยงในฟาร์มที่ซึ่งยังไม่ค่อยมีระบบที่ดีนัก
อาเซียนเร่งเฝ้าระวัง
สำหรับประเทศ “กัมพูชา” นั้น ความกังวลว่าโรคอหิวาต์หมูจะเกิดการระบาดในประเทศมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย สรัน ปอย ผู้อำนวยการสมาคมผู้เลี้ยงปศุสัตว์กัมพูชา เปิดเผยว่า โรคอหิวาต์หมูกำลังเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างมากสำหรับเกษตรกรในประเทศ ซึ่งหากเกิดการแพร่กระจายของโรคขึ้น อุตสาหกรรมฟาร์มหมูกัมพูชาอาจถึงขั้นพังทลายลง เพราะเชื้อไวรัสอาจสามารถฆ่าหมูทั้งประเทศได้โดยใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น
ในขณะที่กรมอนามัยสัตว์ของ“เวียดนาม” ระบุว่า ความเสี่ยงที่โรคอหิวาต์หมูจะแพร่เข้าสู่เวียดนามนั้นมีสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของประเทศที่ติดกับจีน โดยทางการเวียดนามได้จัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการระบาดของโรคแล้ว รวมถึงระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหมูในประเทศที่มีโรคแพร่ระบาด
ประเทศที่น่าเป็นห่วงอีกหนึ่งประเทศคือ “เมียนมา” เนื่องจากอุตสาหกรรมฟาร์มหมูราว 90% ยังคงดำเนินการโดยผู้ประกอบการรายย่อยและขาดประสิทธิภาพในด้านระบบความปลอดภัย ซึ่งนับว่าสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายมาก
ทั้งนี้ ความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์หมูไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในระดับประเทศเท่านั้น แต่เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เอฟเอโอได้เรียกประชุมด่วนในวาระความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ของโรคอหิวาต์หมูจากจีนสู่ประเทศรอบข้าง ซึ่งในที่ประชุมต่างเห็นพ้องว่าการลงทุนให้กับการควบคุมโรคในปศุสัตว์ยังถือว่ามีปริมาณน้อยมาก และหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหมูซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนของมนุษย์หลายพันชีวิตอาจลุกลามรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







