posttoday
BJCลุ้นปีนี้โตเกินเป้า

BJCลุ้นปีนี้โตเกินเป้า

01 ธันวาคม 2561

BJC รับเต็มมาตรการรัฐอัดฉีด

BJC รับเต็มมาตรการรัฐอัดฉีด วันนี้บิ๊กซีพร้อมรับชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เชื่อรายได้โตเกินเป้าหมาย เล็งรีไฟแนนซ์ลดต้นทุนเงิน

นายธนพร เตชวิวรรธน์ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดเผยว่า คาดว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้จะเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะโต 7-9% เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐที่ออกมาในช่วงปลายปี โดยในวันนี้ (1 ธ.ค.) ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีจะเริ่มให้บริการรับชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค. 2561 ซึ่งสามารถใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐชำระค่าสินค้าได้ที่บิ๊กซี บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า บิ๊กซีมาร์เก็ตทุกสาขา แต่ไม่รวมมินิบิ๊กซี

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมสำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติ ที่สามารถซื้อสินค้า 3 ชนิด คือ ยางรถยนต์ หนังสือ และสินค้าโอท็อป ที่สามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งบิ๊กซีได้มีสินค้าโอท็อปและหนังสือวางจำหน่ายด้วย จึงคาดว่าการที่ประชาชนได้ซื้อสินค้าตามมาตรการของรัฐบาลจะช่วยทำให้ยอดขายของบิ๊กซีเพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับการที่รัฐออกมาให้ประชาชนซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิตในช่วงตรุษจีนจะคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ต่อการใช้จ่าย 2 หมื่นบาท ก็น่าจะสนับสนุนรายได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้าด้วย แต่ก็ต้องรอดูรายละเอียดของมาตรการที่จะออกมา

“9 เดือนมียอดขาย 1.14 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไร 4,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทำให้คาดการณ์แนวโน้มในไตรมาส 4 จะเติบโตต่อ เพราะช่วงที่ประชาชนจับจ่ายสินค้าในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ด้วย ซึ่งหวังว่าจะทำให้ทั้งปีมีรายได้โตเกินเป้าหมายที่วางไว้ 7-9%” นายธนพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนธุรกิจในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.นี้ แต่ในเบื้องต้นเตรียมจะปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินเพื่อให้มีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จากปัจจุบันมีต้นทุนการเงินเฉลี่ยที่ 3% โดยมีแผนจะออกหุ้นกู้ 3.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นช่วงเดือน ม.ค. 1.6 หมื่นล้านบาท และช่วงเดือน ก.ย. 2.2 หมื่นล้านบาท และบริษัทมีหนี้ที่มีดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 1.2 แสนล้านบาท มีหนี้มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนที่ 1.37 เท่า

นอกจากนี้ มีแผนขยายสาขาบิ๊กซี โดยจะเปิดสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต 8 สาขา ในประเทศไทย 7 สาขา และกัมพูชา 1 สาขา ซึ่งมีงบลงทุน 300 ล้านบาท/สาขา มาร์เก็ต 1 สาขา และมินิบิ๊กซี 300 สาขา มีงบลงทุน 4.5 ล้านบาท/สาขา

สำหรับการเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัท ไว้ท์กรุ๊ป (WG) จำนวน 50.24% จากบริษัท โอสถสภา นั้นจะช่วยเสริมให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้น สามารถดึงลูกค้าของ WG เข้ามาได้ ประกอบกับคลังสินค้าและสถานที่ตั้งบริษัทของ BJC และ WG อยู่ใกล้กัน จะช่วยลดต้นทุนด้านสถานที่ได้

“การเข้าไปลงทุนใน WG จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจแล้ว ยังตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำและเติบโตในกลุ่มประเทศ CLMV สามารถกระจายสินค้าไปยังเวียดนามด้วย” นายธนพร กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ