
ดาวโจนส์ร่วงกว่า200จุดรับข่าวสหรัฐจ่อเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน
ดาวโจนส์ปิด24,442.92ลบ245.39ทอง+5.03$=1,229.53$น้ำมันลบ37เซนต์=66.67$
ดาวโจนส์ปิด24,442.92ลบ245.39ทอง+5.03$=1,229.53$น้ำมันลบ37เซนต์=66.67$
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,442.92 จุด ร่วงลง 245.39 จุด หรือ 0.99%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด ลบ37เซนต์ หรือ -0.55% ปิด 66.67 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
ราคาทอง ตลาดโคแม็กซ์ เพิ่มขึ้น 5.03ดอลลาร์สหรัฐ หรือ+ 0.41% ปิดที่ 1,229.53 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์
ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงกว่า 250 จุดในวันนี้ หลังสื่อรายงานว่า สหรัฐกำลังเตรียมเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่
ดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุดในช่วงแรก จากการที่นักลงทุนพากันส่งคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังจากตลาดดิ่งลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว จากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทแอปเปิล อิงค์ในสัปดาห์นี้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐกำลังเตรียมเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ หากการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้าระหว่างกัน
นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิงจะพบปะกันนอกรอบการประชุม G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ในเดือนหน้า
ทั้งนี้ สหรัฐอาจประกาศเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ต่อสินค้านำเข้าทั้งหมดจากจีนอย่างเร็วที่สุดในเดือนธ.ค. โดยสหรัฐจะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าที่เหลือของจีนที่ยังไม่ถูกเก็บภาษีก่อนหน้านี้ โดยการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนรอบใหม่จะคิดเป็นมูลค่า 2.57 แสนล้านดอลลาร์
การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้เริ่มต้นในช่วงกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยสำนักงานตัวแทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศรายการสินค้าจำนวน 1,100 รายการของจีนที่ต้องถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 25% คิดเป็นวงเงินรวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยสินค้าล็อตแรกจำนวน 818 รายการ วงเงิน 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนการเรียกเก็บภาษีสินค้าล็อตที่ 2 วงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์มีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค. ซึ่งจีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงินรวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์เช่นกัน
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ปธน.ทรัมป์ก็ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนครั้งใหม่ในวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ โดยเรียกเก็บในอัตรา 10% ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ก.ย. และจากนั้นจะเพิ่มเป็น 25% ตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้า ขณะที่รัฐบาลจีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐในอัตรา 5-10% คิดเป็นวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ก.ย.เช่นกัน
ต่อมา ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.57 แสนล้านดอลลาร์ ถ้าหากจีนได้ทำการตอบโต้ต่อการเรียกเก็บภาษีก่อนหน้านี้ของสหรัฐ
ทั้งนี้ หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนครั้งใหม่ในวงเงิน 2.57 แสนล้านดอลลาร์ นอกเหนือจากที่เรียกเก็บภาษีสินค้าวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 2 แสนล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ก็เท่ากับว่าสหรัฐได้เรียกเก็บภาษีต่อสินค้าทั้งหมดที่จีนส่งเข้าไปยังสหรัฐ โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า จีนได้ส่งออกสินค้าวงเงิน 5.05 แสนล้านดอลลาร์เข้าสู่สหรัฐในปีที่แล้ว







