
ปมสงครามการค้า หนุนเปิดตลาดใหม่
แนะผู้ประกอบการปรับตัวรับมือการค้าโลก ลุยตลาดอาเซียน อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก คาดปี 2562 หลังเลือกตั้ง ศก.ไทยสดใส
แนะผู้ประกอบการปรับตัวรับมือการค้าโลก ลุยตลาดอาเซียน อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก คาดปี 2562 หลังเลือกตั้ง ศก.ไทยสดใส
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า อยากแนะนำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยรับมือกับผลกระทบสงครามการค้าโลกที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐและจีน ด้วยการขยายตลาดไปในภูมิภาคอาเซียน ที่จะต้องเลือกตลาดให้มีความเหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มลูกค้า ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนทุกประเทศมีความน่าสนใจตลาดทั้งหมด รวมถึงขยายการจับคู่ทางธุรกิจ
ทั้งนี้ เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มที่จะขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศซีแอลเอ็มวีที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประมาณ 7-8% รวมถึงตลาดในประเทศอินเดีย ประเทศในตะวันออกกลาง และกลุ่มยุโรปตะวันออก ถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงเช่นกัน ซึ่งจะช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศให้แก่เอสเอ็มอีไทยได้มากขึ้น เพราะผลจากสงครามการค้ากระทบต่อบรรยากาศการค้าในโลกไม่สดใสมากนัก
สำหรับภาพรวมประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งอย่างสูงสุด ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ รองลงมาคือ ประเทศมาเลเซีย ส่วนอันดับ 3 มีทั้งประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งประเมินว่าหลังที่มีการเลือกตั้งในประเทศไทยปี 2562 และมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะส่งผลดีต่อการเรียกความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทยและการลงทุน รวมถึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย
“ประเทศจีนและสหรัฐเป็นตลาดคู่ค้าหลักของประเทศไทยในการส่งออก โดยอาจมีผลทำให้ประเทศจีนมุ่งทำการค้ากับประเทศไทยมากขึ้น ส่วนผลสงครามการค้าทางอ้อมทำให้บรรยากาศการค้าและการลงทุนของโลกไม่สดใส” นายเกียรติอนันต์ กล่าว







