posttoday
"วิชัย ศรีวัฒนประภา" ผู้สร้างอาณาจักรแสนล้าน "คิง เพาเวอร์"

"วิชัย ศรีวัฒนประภา" ผู้สร้างอาณาจักรแสนล้าน "คิง เพาเวอร์"

29 ตุลาคม 2561

ย้อนเส้นทางธุรกิจของ "วิชัย ศรีวัฒนประภา" ผู้สร้างอาณาจักร "คิงเพาเวอร์" ด้วยสองมือและวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

ย้อนเส้นทางธุรกิจของ "วิชัย ศรีวัฒนประภา" ผู้สร้างอาณาจักร "คิงเพาเวอร์" ด้วยสองมือและวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ หนึ่งในอภิมหาเศรษฐีไทยที่รวยเป็นอันดับต้นๆ โดยล่าสุดนิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับ “ วิชัย” ติดโผอันดับที่ 5 มหาเศรษฐีของไทยและอันดับที่ 388 ของโลก ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 162,500 ล้านบาท

ย้อนกลับไปปี 2532 วิชัยได้สร้างอาณาจักรคิง เพาเวอร์ขึ้น โดยได้รับใบอนุญาตให้เปิดร้านค้าปลอดภาษีและอากร หรือดิวตี้ฟรี ในเมืองแห่งแรกของไทยที่อาคารมหาทุนพลาซ่า และในปี 2549 ได้รับสัมปทานใหญ่ในการให้บริการร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่

ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันที่กระจายร้านค้าดิวตี้ฟรีทุกหัวมุมเมือง ที่รางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเจ้าสัววิชัย ที่ต้องการเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจค้าปลีกที่พร้อมและสามารถให้บริการในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยวได้ดีที่สุด

ผลประกอบการของคิง เพาเวอร์ เติบโตต่อเนื่องทุกปี สอดรับกับตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ขุมทรัพย์ของตระกูลศรีวัฒนประภากว่า 90% จึงมาจากธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ช่วยสร้างรายได้รวมกว่า 1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โรงละครอักษรา และภัตตาคารรามายณะ และล่าสุดที่ทุ่มงบลงทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อทรัพย์สินบางส่วนของโครงการมหานคร ได้แก่ โรงแรมจุดชมวิว Observation Deck ร้านค้าปลีกบริเวณพื้นที่รีเทล 4 ชั้น อาคารรีเทลมหานครคิวบ์ รวมถึงที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น คิง เพาเวอร์ มหานคร เพื่อต่อยอดธุรกิจโรงแรมดิวตี้ฟรีและการท่องเที่ยว

"วิชัย ศรีวัฒนประภา" ผู้สร้างอาณาจักรแสนล้าน "คิง เพาเวอร์"

ไม่เพียงเท่านี้ วิชัยยังขยายธุรกิจโดยเข้าซื้อกิจการสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2553 ซึ่งใช้เงินมากกว่า 5,000 ล้านบาท ก่อนที่ในปี 2559 จะสร้างปรากฏการณ์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 132 ปี ทำให้จิ้งจอกสยามในมือของคิง เพาเวอร์ สามารถสร้างชื่อเป็นที่รู้จักทั่วโลก โดยมูลค่าของสโมสรหลังคว้าแชมป์ขยับขึ้นสูงกว่า 1.72 หมื่นล้านบาท

ถัดมาในปี 2560 ขยายอาณาจักรธุรกิจลูกหนังไปที่เบลเยียม ปิดดีลซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอล เอาต์ เฮเวเลย์ เลอเวิน ทีมในลีกดิวิชั่น 2 เบลเยียม โดยเข้าถือหุ้น 92% ซึ่งใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท อีกทั้งยังใช้เงินสดราว 500 ล้านบาท ซื้อสนามแฮมโปโล กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค”

ธุรกิจในอาณาจักรของเจ้าสัววิชัยทุกวันนี้ มีมือขวาที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำคัญในการสานต่อธุรกิจแสนล้าน ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และรองประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ซึ่งเป็นทายาทคนเล็ก ที่ได้ฉายภาพนโยบายการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจใน 5 ปีจากนี้ (ปี 2560-2564) ภายใต้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายอาณาจักรของธุรกิจดิวตี้ฟรีไปสู่เป้าหมายยอดขาย 1.3-1.4 แสนล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังได้วางกลยุทธ์การตลาดและการลงทุนที่จะขยายสาขาธุรกิจดิวตี้ฟรีให้ตั้งอยู่ใจกลางหัวเมืองใหญ่ของไทยและในต่างประเทศรองรับการเติบโตภาคการท่องเที่ยว เพื่อขยายอาณาจักรและผลักดันธุรกิจดิวตี้ฟรีไทยก้าวขึ้นสู่ท็อป 5 ของธุรกิจดิวตี้ฟรีระดับโลกภายใน 5 ปีจากนี้

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าท้ายนับจากนี้จากอายุสัมปทานที่ คิง เพาวเวอร์ ได้รับอนุญาตให้ขายสินค้าในสุวรรณภูมิกำลังจะหมดอายุลงในปี 2563 ซึ่งคู่แข่งยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ ต่างต้องการโดดเข้าร่วมตอกเสาเข็มเพื่อสร้างธุรกิจของตนเองจากขุมทรัพย์ธุรกิจดิวตี้ฟรีนี้เช่นกัน ซึ่งอัยยวัฒน์ก็พร้อมแข่งขันเพื่อครองอาณาจักรคิง เพาเวอร์ ให้คงอยู่ต่อตามวิสัยทัศน์ของเจ้าสัววิชัยต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์