
‘พระเครื่อง 3 มิติ’ สู่เซียนพระ 4.0 ผ่านหน้าจอ
หมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก ยุคนี้ต้อง “ปลาเร็ว” เท่านั้น มอตโตสั้นๆ
โดย อาทิตย์ ลมูลปลั่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
หมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก ยุคนี้ต้อง “ปลาเร็ว” เท่านั้น มอตโตสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ท้าทาย จากการที่ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมกันจัดทำโครงการ Young Technopreneur หรือ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี” โดยปี 2561 ก้าวมาสู่รุ่นที่ 7 แล้ว โครงการนี้ต้องการนำแนวคิดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจทำเงิน ช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมจากงานวิจัยและแนวคิดทางเทคโนโลยีต่อยอดเป็นธุรกิจ ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อํานวยการ สวทช. กล่าวว่า การดำเนินโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีหรือ Young Technopreneur ตั้งแต่ปี 2555-2561 มีผู้สมัครทั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปอายุตั้งแต่ 20-35 ปี มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 850 ทีม โดยศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยีธุรกิจเทคโนโลยี สวทช. และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น ได้เลือกผู้เข้าร่วมโครงการ 400 ทีม อบรมความรู้พื้นฐานธุรกิจเพื่อพัฒนาความรู้สำคัญในการนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด โดยได้รับคำปรึกษาจากศูนย์บ่มเพาะฯ กว่า 880 คน เกิดการตั้งธุรกิจจำนวน 45 ราย มีรายได้รวม 29 ล้านบาท และมีอัตราการจ้างงานแล้ว 80 อัตรา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมสมัคร 138 ทีม และคัดเลือกทีมที่มีแนวธุรกิจชัดเจนเหลือ 64 ทีม ก่อนคัดเลือกมาเหลือ 19 ทีม มาแข่งขันการนำเสนอแผนธุรกิจต่อผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหลังจากผ่านช่วงการคัดเลือกกันมาอย่างเข้มข้น มีการอบรมและลงมือปฏิบัติจริงในเรื่องการทำธุรกิจอย่างจริงจัง พร้อมได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากกูรูผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรชื่อดังในวงการอย่างใกล้ชิด ในที่สุดก็ได้สุดยอดผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้จริง รางวัลชนะเลิศ Samart Innovation Award (SIA) ปี 2018 พร้อมเงินรางวัล 2 แสนบาท และโอกาสดูงานด้านเทคโนโลยี ณ ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ผลงานพระเครื่อง 3 มิติ คัมภีร์พระเครื่องออนไลน์ยุค 4.0
ภูมินทร์ โพธยานุกูล เจ้าของผลงาน บอกว่า พระเครื่อง 3 มิติ หรือคัมภีร์พระเครื่องออนไลน์ยุค 4.0 (World Amulet 3D) เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ศึกษาพระเครื่อง ด้วยการผนวกเทคโนโลยี 3 มิติ ที่สามารถดูพระเครื่องแท้ได้แบบพาโนรามา (Panorama) 360 มุมมอง รองรับ 3 ภาษา มีระบบซื้อขายและประมูล ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ (Smart Phone) ซึ่งจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการพระเครื่อง
“พระเครื่องจากเดิมที่ผู้เช่าพระ ในวงการ พระเครื่อง หรือผู้ที่ชื่นชอบพระเครื่อง เดิมต้องเห็นพระเครื่ององค์จริง ตอนนี้ได้พัฒนาเทคโนโลยี ให้ทุกคนที่สนใจพระเครื่อง ได้เห็นพระเครื่องของจริง ผ่านแพลตฟอร์มในรูปแบบ 3 มิติ บนโทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ ซึ่งประโยชน์ คือการให้ทุกคนที่สนใจ ได้ศึกษาพระเครื่ององค์จริงผ่านโทรศัพท์ ที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา”
ด้าน วรวลัญช์ โพธยานุกูล เจ้าของผลงานร่วมกัน กล่าวเสริมว่า ที่มาของธุรกิจพระเครื่อง 3 มิติ เริ่มจากเดิมมีธุรกิจถ่ายภาพมาก่อน และมีพี่ชายลูกพี่ลูกน้องเป็นเซียนพระเครื่องด้วย จึงมองเห็นปัญหาว่าการศึกษาพระเครื่องที่มีข้อมูลเยอะ เข้าถึงยาก และตัวพระเครื่องมีคุณค่าและมูลค่าสูง ฉะนั้นจึงเป็นที่มาในการสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ บนเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถเข้ามาศึกษาองค์ประกอบ และข้อมูลต่างๆ ในรูปแบบที่ง่ายมากยิ่งขึ้น
เจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มบริษัทสามารถมีนโยบายที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ด้วยการส่งเสริมให้เกิดโครงการที่สนับสนุนด้านความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการ Samart Innovation Awards มาตลอด 16 ปี เราได้เห็นพัฒนาการและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ จากคนรุ่นใหม่กว่า 7,000 คน และมีการปรับรูปแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ร่วมโครงการ โดยได้ร่วมมือกับ สวทช.จัดโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี หรือ Young Technopreneur มาถึง 7 ปี เพื่อสร้างเวทีให้น้องๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ ได้มีเวทีสร้างโอกาสให้เป็นจริงได้ ที่สำคัญน้องๆ ได้รู้จักกันและกลายเป็นเครือข่ายทางธุรกิจ มีการจับมือกัน เกิดเป็นธุรกิจเทคโนโลยีหลากหลาย จึงมั่นใจได้ว่าโครงการนี้เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นในการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ยังมีผลงานที่น่าสนใจได้รับรางวัลจากโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีอีกจำนวนมาก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจทำเงิน อาทิ รางวัลที่ 2 เงินรางวัลมูลค่า 1 แสนบาท ได้แก่ ผลงาน Active Boost อนุภาคนาโนอัจฉริยะ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยกักเก็บ
สารอาหารที่มีประโยชน์ และปล่อยเข้าสู่ร่างกายได้อย่างจำเพาะเจาะจงและเต็มประสิทธิภาพและรางวัลที่ 3 เงินรางวัลมูลค่า 5 หมื่นบาท ได้แก่ ผลงาน คิดถึง แอพพลิเคชั่นแหล่งรวมบริการรถยนต์ครบวงจร เป็นระบบค้นหาอู่หรือศูนย์ซ่อมรวมถึงโปรโมชั่น และบริการเดลิเวอรี่เกี่ยวกับรถยนต์ ทำให้เจ้าของรถยนต์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ส่วนผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 16 ทีม โครงการยังเห็นโอกาสด้านธุรกิจจึงสนับสนุนทุนในการพัฒนาผลงาน จำนวน 3 หมื่นบาทด้วย
ฐิตาภา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในปีหน้ายังเน้นหลักสูตรอบรมเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยนำข้อมูลที่ได้รับจากการประเมินผลโครงการทั้ง7 รุ่น มาปรับปรุงเนื้อหากิจกรรมให้เหมาะกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยยังคงให้ความสำคัญภายใต้ “การนำแนวคิดสู่ธุรกิจทำเงิน” โดยน้องๆ ต้องผ่านการอบรมทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดพื้นฐานในการทำธุรกิจ การศึกษาความต้องการตลาด ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ทักษะการนำเสนอ พร้อมกิจกรรม Idea To Market Boot Camp ซึ่งถือเป็น Workshop ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ลงภาคสนามเพื่อสำรวจตลาด เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และวางแผนการทำธุรกิจด้วยหลักการที่เรียนมา สำหรับโครงการ Young Technopreneur ปี 2019 ได้กำหนดหัวข้อในการประกวดให้สอดรับกับแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศ ที่มุ่งเน้นการวิจัย พัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้และต่อยอด โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีหลักๆ ได้แก่ 1.เทคโนโลยีอาหารและการเกษตร 2.เทคโนโลยีการแพทย์และบริการเพื่อผู้สูงอายุ 3.เทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยว 4.เทคโนโลยีด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ 5.เทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์และ Automation และ 6.เทคโนโลยี IoT
“ผลงานของน้องๆ ปีนี้มีมุมมองในการพัฒนาที่ดีขึ้น เพราะไม่ได้มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่างเท่านั้น แต่มีการศึกษาค้นคว้าทั้งพฤติกรรมและความต้องการของตลาด แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ไปค้นหางานวิจัยเพื่อช่วยพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้เป็นสำคัญ ทำให้เรามั่นใจว่าหากโปรดักต์ของน้องๆ มีความพร้อม และมีการศึกษาความต้องการตลาด ต่อยอดจนเกิดแนวคิดธุรกิจที่ใช่ บวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจ โครงการ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเร่งการเติบโตทางธุรกิจเทคโนโลยีให้รวดเร็วยิ่งขึ้นต่อไป” ฐิตาภา กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดโครงการ Young Technopreneur 2019 ได้ที่ www.samartsia.com หรือที่ https://www.facebook.com/SamartInnovationAwards/







