posttoday
‘อมตะ’ผนึกเอสซีจี-ดาว โชว์นวัตกรรมถนนพลาสติก

‘อมตะ’ผนึกเอสซีจี-ดาว โชว์นวัตกรรมถนนพลาสติก

28 ตุลาคม 2561

รัฐบาลปัจจุบันได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

โดย ชนิกา สุขสมจิตร 

รัฐบาลปัจจุบันได้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้ : Smart City) โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อใช้เป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุค 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีแนวคิดใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาความเจริญของเมืองอย่างยั่งยืน

ดังนั้น การพัฒนาเมืองอัจฉริยะจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นเอกชนรายแรกที่ประกาศชัดเจนใน 5 ปีจากนี้จะมุ่งสู่การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระดับโลก โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เพื่อสร้างถนนพลาสติกรีไซเคิลเส้นแรกในนิคมอุตสาหกรรม ณ ต้นแบบเมืองอัจฉริยะอมตะซิตี้ชลบุรี

‘อมตะ’ผนึกเอสซีจี-ดาว โชว์นวัตกรรมถนนพลาสติก

วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวอมตะได้ดึงผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่เป็นพันธมิตร คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์เป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ ได้ทดลองและวิจัยจนพิสูจน์ได้ว่าพลาสติกสามารถนำมาเป็นส่วนผสมของยางมะตอยในการทำถนนได้จริง โดยส่วนผสมของพลาสติกหลักได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงร้อน ถุงเย็นสำหรับใส่อาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถทนการกัดเซาะของน้ำได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญสามารถใช้งานกับถนนของอมตะซึ่งต้องรองรับรถบรรทุกขนาดใหญ่และมีการสัญจรอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการนี้วางแผนจะพัฒนาถนนจากขยะรีไซเคิลในนิคมฯ อมตะระยะแรกที่ 1 กิโลเมตร (กม.) ใช้ขยะจากถุงพลาสติกจำนวน 1.3 ตัน หรือ 1 แสนใบ คาดจะเเล้วเสร็จเริ่มใช้งานได้จริงกลางปี 2562 จากนั้นจะทดลองใช้ถนนเส้นนี้ 1 ปี และจะขยายการสร้างถนนให้รอบนิคมฯ ทั้งหมด 140 กม. คาดว่าจะลดค่าใช้จ่ายจากการใช้ยางมะตอยลง 20-30% ซึ่งแนวทางการพัฒนาดังกล่าวนับเป็นการตอบโจทย์ของการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนซึ่งเป็นหลักการสำคัญหนึ่งต่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เนื่องจากปัจจุบันไทยมีขยะพลาสติกสูงถึงประมาณ 1.5 ล้านตัน ที่ยังไม่ได้ถูกจัดการอย่างถูกวิธีและส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างกว้างขวาง

‘อมตะ’ผนึกเอสซีจี-ดาว โชว์นวัตกรรมถนนพลาสติก

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเป็นถนนพลาสติกรีไซเคิลไม่เพียงแต่จะช่วยลดปริมาณถุงขยะพลาสติก แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แก้ไขปัญหาขยะแบบยั่งยืน เพราะเป็นการนำกลับมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีในยุคที่เทรนด์ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะปกติแล้วการสร้างถนนลาดยางจำเป็นต้องใช้ส่วนผสมของหินปูนทราย 90% และน้ำมันดิบอีก 10% เพื่อให้ได้ยางมะตอยขึ้นมา ดังนั้นการแปรรูปขยะพลาสติกให้เป็นวัสดุสำหรับสร้างถนนช่วยลดการใช้น้ำมันดิบลงค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ จากการทดสอบโดยภาควิชาโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปรียบเทียบคุณสมบัติของถนนยางมะตอย ซึ่งใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบกับถนนยางมะตอยทั่วไป พบว่าถนนยางมะตอยซึ่งมีพลาสติกรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบนั้นมีคุณสมบัติดีขึ้นทั้งในด้านการเพิ่มความแข็งแรงคงทน ประมาณร้อยละ 15-33 และการเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนประมาณร้อยละ 6

“ความร่วมมือ 3 ฝ่ายครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญในการนำพลาสติกรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบของการสร้างถนนในพื้นที่นำร่องภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี เพื่อสร้างต้นแบบเมืองอัจฉริยะแห่งแรกของไทย ซึ่งการสร้างถนนจากพลาสติกรีไซเคิลนอกจากจะมีความแข็งแรงทนทานและประสิทธิภาพสูงกว่ายางมะตอยทั่วไปแล้ว ยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

‘อมตะ’ผนึกเอสซีจี-ดาว โชว์นวัตกรรมถนนพลาสติก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะนำพลาสติกรีไซเคิลมาสร้างถนน 2 จุดในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี คือ บริเวณถนนเชื่อมต่อคู่ขนาน (เฟส 4 ) ความยาวประมาณ 250 เมตร และจุดที่ 2 คือบริเวณถนนทางเข้าอมตะคอนโดความยาวประมาณ 240 เมตร ถือเป็นถนนพลาสติกรีไซเคิลเส้นแรกในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่จะนำขยะพลาสติกมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างถนนที่ใช้งานได้จริง และยังเป็นโครงการนำร่องที่จะดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป” วิกรม กล่าวถึงจุดยืนในการพัฒนาความร่วมมือครั้งนี้

แม้ว่าปริมาณการใช้ขยะพลาสติกมารีไซเคิลทำเป็นถนนปัจจุบันจะยังมีจำนวนไม่มากนัก แต่การร่วมมือครั้งนี้ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการร่วมกันพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนเพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกของประเทศ ที่เชื่อว่าในไม่ช้าจะขยายขอบข่ายการพัฒนาไปยังถนนเส้นทางอื่นๆ และรวมไปถึงการต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ