posttoday
สร้างมูลค่าแก้ขยะล้นบึงกาฬ

สร้างมูลค่าแก้ขยะล้นบึงกาฬ

28 ตุลาคม 2561

ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย

ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย โดยกําหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้แต่ละจังหวัดดําเนินการขับเคลื่อนโรดแมปการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.บึงกาฬ กล่าวว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน จ.บึงกาฬ จึงประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานองค์กรในพื้นที่และแกนนำหมู่บ้าน เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึก และปลูกฝังพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์

จ.บึงกาฬ จึงตั้งศูนย์การเรียนรู้ เป็นพื้นที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารความรู้ของชุมชนเพื่อนําไปสู่การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้สําหรับประชาชน เสริมสร้างโอกาสถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชุมชน อีกทั้งเป็นแหล่งบริการชุมชนด้านต่างๆ โดยมีแนวคิดขยะเหลือศูนย์ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดขยะให้เหลือน้อยที่สุด คือ การจัดการขยะที่ต้นทาง คือ เน้นการลดขยะ การใช้ซ้ำ การคัดแยกเพื่อนํากลับมาใช้ใหม่ เน้นการกําจัดขยะที่ต้นทาง

“เรามุ่งสร้างวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถใช้ทุนและศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ ด้วยการจัดการข้อมูลชุมชนในหลากหลายด้าน ซึ่งถือเป็นแก่นและกลไกสำคัญในการเอาพื้นที่เป็นฐานการพัฒนา อันเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ภายใต้อัตลักษณ์และตัวตนของชุมชน”

ขยะล้นหมู่บ้านนับเป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยครั้งในชุมชนต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนในชุมชนยังไม่เกิดความตระหนัก คิดว่าการจัดการขยะเป็นเรื่องขององค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล เพราะเสียค่าบริการรายเดือน หรือภาษีบำรุงท้องที่ไปแล้ว แต่สำหรับชุมชนเข้มแข็งอย่างเทศบาลตำบล
บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ผู้นำหมู่บ้านได้พยายามหาวิธีจัดการขยะ โดยรณรงค์ให้แต่ละครัวเรือนคัดแยกและกำจัดขยะด้วยตนเอง เพื่อให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด เทศบาลบึงโขงหลง แม้จะเป็นเพียงเทศบาลตำบลมี 12 หมู่บ้าน 3,100 ครัวเรือน แต่พวกเขามีสำนักรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อสังคมและชุมชน

เชิด แสงจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง กล่าวว่า เริ่มจากการส่งเสริมให้แต่ละบ้านคัดแยกขยะเป็น 3 ประเภท คือขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร ผัก ผลไม้ หญ้า ใบไม้ ซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ โดยส่งเสริมให้ทำเสวียนล้อมต้นไม้ เพื่อทิ้งขยะประเภทนี้ จะได้เป็นปุ๋ยบำรุงดินและพืช ขยะรีไซเคิล จำพวกกระดาษ พลาสติก โลหะ ขวดแก้ว ให้แยกแต่ละอย่างไว้ต่างหาก สะดวกในการนำไปขายให้กับธนาคารขยะ และประเภทสุดท้ายคือขยะอันตราย อย่าง ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ บรรจุภัณฑ์สารเคมี ที่ต้องทิ้งเพื่อให้มีการกำจัดอย่างถูกวิธี โดยเริ่มโครงการธนาคารขยะเมื่อปลายปี 2559 ด้วยความร่วมมือระหว่างชาวบ้านและเทศบาลตำบลบึงโขงหลง

ธนาคารขยะแห่งนี้เป็นจุดนัดพบที่ทุกฝ่ายจะมาพบกันเดือนละครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดในการพัฒนาชุมชนของตัวเอง และฝากและถอนครอบคลุมพื้นที่ในหมู่บ้านของ ต.บึงโขงหลง ทุกๆ เดือนในแต่ละจุดจะถูกกำหนดให้มี 1 วันเป็น “วันซื้อ-ขายขยะ” ซึ่งชาวบ้านจะขนขยะครัวเรือนของตัวเองที่สะสมไว้ออกมาที่จุดนัดพบเพื่อทำการขายขยะ กติกาคือ สมาชิกจะสามารถถอนเงินสดออกไปได้ เมื่อมียอดเงินจากการขายขยะอยู่ในบัญชีมากกว่า 300 บาท ไม่เพียงเท่านั้น ธนาคารแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น “กองทุนฌาปนกิจ” ซึ่งสมาชิกมีสิทธิจะได้รับประโยชน์จากกองทุนนี้ต่อเมื่อมีการขายขยะอย่างต่อเนื่อง เมื่อครัวเรือนใดมีผู้เสียชีวิต จะได้รับค่าฌาปนกิจศพ ปัจจุบันจะได้รับถึงรายละ 1 หมื่นบาท

ชัยมงคล กอรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านดงสว่าง กล่าวว่า ทุกครัวเรือนจะได้รับการส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ เช่น พลาสติก แก้ว กระดาษ อะลูมิเนียม ส่วนขยะอันตรายประเภทมีพิษ ทางเทศบาลตำบลบึงโขงหลงจะจัดเก็บไว้นำส่ง อบจ.บึงกาฬ นำไปส่งยัง จ.ระยอง เพื่อกำจัดต่อไป จึงส่งเสริมให้ชาวบ้านทำน้ำหมักชีวภาพ ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ทำน้ำยาอเนกประสงค์จากน้ำหมัก เลี้ยงไส้เดือน และใช้มูลสัตว์มาหมักเพื่อผลิตก๊าซหุงต้มไว้ใช้ในครัวเรือน ใช้วัสดุธรรมชาติแทนการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งทำให้สามารถลดปริมาณขยะได้ถึง 90%

แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นของชุมชน คือทุกกิจกรรมจะต้องดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นกลไกในการขับเคลื่อน ใครที่เป็นสมาชิกธนาคารขยะทุกคนจะได้รับสิทธิฌาปนกิจคนละ 1 หมื่นบาทเมื่อเสียชีวิต ไม่เพียงสมาชิกเท่านั้น คนในครอบครัวของสมาชิกยังได้รับสิทธิฌาปนกิจนี้ด้วย

นอกจากที่ระบบธนาคารขยะจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการออมแล้ว กองทุนฌาปนกิจยังเป็นส่วนหนึ่งที่จูงใจให้ชาวบ้านเข้าร่วมได้เป็นอย่างดี เมื่อชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากพอที่จะทำประกันชีวิต แล้วเห็นว่าการออมแบบนี้ได้เงินจริง และค่อยๆได้มากขึ้นก็ยิ่งทำให้มีคนเห็นความสำคัญและเข้าร่วม
มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ พื้นที่ ต.บึงโขงหลง ไม่มีถังขยะตามข้างทางในหมู่บ้านเลยเพราะชุมชนเขาสามารถจัดการกับขยะได้แบบเบ็ดเสร็จ โดยเน้นการจัดการขยะที่ต้นทาง

ทำให้ขยะทุกชิ้นในพื้นที่มีมูลค่าเมื่อชุมชนมีความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกัน สร้างพลังสามัคคี และจะสามารถขยายจากชุมชนเล็กๆ ในหมู่สมาชิก ไปสู่ชุมชนขนาดใหญ่และก่อให้เกิดการลดปัญหาขยะของชาติได้ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ