ฟรานซิส เบคอน ซีรี่ส์ภาพหลากอารมณ์
หาก ฟรานซิส เบคอน จิตรกรชาวอังกฤษ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ เขาจะได้ฉลองวันเกิดครบ 109 ปี
โดย ปณิฏา
หาก ฟรานซิส เบคอน จิตรกรชาวอังกฤษ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ เขาจะได้ฉลองวันเกิดครบ 109 ปี (มีชีวิตระหว่าง 28 ต.ค. 1909-28 เม.ย. 1992)
ฟรานซิส เบคอน เป็นยอดศิลปินอันดับต้นๆ ของอังกฤษแห่งศตวรรษที่ 20 ด้วยผลงานศิลปะยุคโมเดิร์น แนวฟิเกอเรทีฟ เป็นภาพแอบสแทรกต์ที่เต็มไปด้วยความดิบ และมากอารมณ์ความรู้สึก ภาพที่เขาวาดมีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาแบบไม่ธรรมดา อย่างภาพเกี่ยวกับการตรึงกางเขน (Crucifixion) และภาพพระสันตปาปา นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องราวของเพื่อนๆ ในแวดวงศิลปินและคนสนิททั้งหลาย
ภาพแอบสแทรกต์ของ ฟรานซิส เบคอน มักจะมีส่วนประกอบของลูกกรงทรงเรขาคณิต ไม่ก็อยู่บนแบ็กกราวด์ที่อึมครึม เขาเคยบอกไว้ว่า เขามองภาพแต่ชิ้นที่จะวาดประหนึ่งซีรี่ส์ จึงมีจำนวนมากที่มักจะวาดต่อเนื่องกันเป็นภาพ 3 ช่อง คล้ายๆ กับภาพบนแท่นบูชาพระคริสต์ที่มักจะเป็นภาพ 3 ช่อง
ไม่ว่าจะเป็น ภาพชุดตัวประหลาดที่ได้แรงบันดาลใจจาก ปาโบล ปิกัสโซ ในทศวรรษที่ 1930 หรือซีรี่ส์ศีรษะมนุษย์ในห้องหรือบนรูปทรงเรขาคณิต ในทศวรรษที่ 1940 แล้วก็ยังมีซีรี่ส์ภาพ 3 ช่องของพระสันตปาปา
กรีดร้อง ในทศวรรษที่ 1950 กับภาพการตรึงกางเขนในต้นทศวรรษที่ 1960 ฯลฯ
ฟรานซิส เพิ่งเริ่มวาดรูปจับพู่กันเป็นจิตรกรจริงจัง ขณะที่เขาอายุได้ 20 กว่าๆ ที่ไม่ลงมือเป็นศิลปินตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นจิตรกรคนอื่น นั่นเป็นเพราะว่า ไม่รู้จะวาดภาพอะไร ยังไม่มีแรงบันดาลใจ ไร้แรงขับในการจรดพู่กันออกมาเป็นภาพนั่นเอง
ภาพแรกที่เขาเริ่มวาดอย่างจริงจัง ในปี 1944 Three Studies for Figures at the Base of a Crucifixion เป็นเรื่องราวซีรี่ส์ 3 ช่อง เกี่ยวกับการตรึงกางเขน ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีสัน หรือการเล่าสถานภาพของมนุษย์ลงไปในภาพ ซึ่งต่อเนื่องเป็นซีรี่ส์ 3 ช่อง
นับจากกลางทศวรรษที่ 1960 ภาพวาดของ ฟรานซิส เบคอน เต็มไปด้วยเรื่องราวของเพื่อนสนิทมิตรสหายและเพื่อนร่วมดริงก์ ทั้งแบบภาพเดี่ยวๆ และภาพในสไตล์ซีรี่ส์ภาพ 3 ช่องอันเป็นลายเซ็นของเขา ไม่ว่าจะเป็นภาพของลูเซียน ฟรอยด์ เฮนเรียตตา โมราเอส จอห์น ดีคิน ดาเนียล พาร์สัน ทอม เบเคอร์ ฯลฯ
ทว่า หลังปี 1971 ซึ่ง จอร์จ ไดเออร์ แฟนหนุ่มของเขาฆ่าตัวตาย ภาพของฟรานซิสก็เต็มไปด้วยสีหม่นๆ ทั้งเรื่องราวก็เล่าแต่เรื่องการเดินทางของกาลเวลาและความตาย
อย่างไรก็ตาม เขามีผลงานมาสเตอร์พีซมากมาย หลังการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับความตายครั้งนั้น โดยเฉพาะในอีกทศวรรษต่อมาที่เขายังคงสร้างสรรค์งานที่เป็นซิกเนเจอร์แบบซีรี่ส์ 3 ช่อง รวมทั้งวาดเซลฟ์-พอร์เทรตเอาไว้มากมาย อย่าง Study for Self-Portrait ปี 1982 และ Study for a Self-Portrait-Triptych ภาพพอร์เทรต ซีรี่ส์ 3 ช่อง ปี 1985-1986
ผลงานที่เป็นซิกเนเจอร์ของเขา อันดับหนึ่งต้องยกให้ธีม The Crucifixion ที่เขาวาดครั้งแรกในปี 1933 โดยได้แรงบันดาลใจจาก Three Dancers (1925) ของ ปาโบล ปิกัสโซ แต่ ฟรานซิส ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับในแวดวงนัก กระทั่งอีกทศวรรษต่อมา หลังไปรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่ 2 กับ Three Studies for Figures at the Base of a Crucifixion (1944) ที่ปัจจุบันหาชมได้ที่ เทต บริเทน กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นการปัดฝุ่น Crucifixion ภาพแรก ที่นำแรงบันดาลใจจาก ปาโบล ปิกัสโซ ผสมผสานกับแรงบันดาลใจอื่นๆ ในชีวิตของเขา
เช่นเดียวกับ ภาพ Crucifixion ซีรี่ส์อื่นๆ ในเวลาต่อมา ที่ยังคงมีกลิ่นอายแรงบันดาลใจจาก ปาโบล ปิกัสโซ และศิลปินอื่นๆ ที่เขาชื่นชอบ ทั้ง ดิเอโก เบลาสเกซ และ เรมบรันดต์ ฟาน ไรน์
ภาพคนกรีดร้อง The Screaming Mouth ก็เป็นอีกธีมหนึ่งที่เห็นได้บ่อยๆ ในผลงานของ ฟรานซิส เบคอน โดยได้แรงบันดาลใจจากการได้ชมภาพยนตร์เงียบของ เซอร์เก ไอเซนสไตน์ Battleship Potemkin (ฉากนางพยาบาลกรีดร้อง) และหนังสือทางการแพทย์ของ มัททิอาส กรุนเนอวัลด์
ฟรานซิส เบคอน เคยให้สัมภาษณ์ว่า ภาพธีมคนกรีดร้องนี้เป็นแรงขับในการทำงานศิลปะของเขา เป็นตัวช่วยในการเอาตัวรอดเวลาคิดอะไรไม่ออก เสมือนหนึ่งการกรีดร้องของตัวเองให้ไปออกในภาพแทน
ในสมัยที่ ฟรานซิส ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ได้รับยกย่องให้เป็นยอดจิตรกรที่ยังมีชีวิตของอังกฤษ ขณะที่เมื่อเขาลาลับไปแล้ว ผลงานของเขาก็ได้รับการประมูลไปในมูลค่าที่สูงลิ่วทำลายสถิติอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Triptychs (1976) ภาพ 3 ช่องขนาดใหญ่มูลค่า 86.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่สถาบันโซเทอบีส์ หรือ Study for Portrait II (1956) มูลค่า 27.5 ล้านดอลลาร์ ที่สถาบันคริสตีส์
ขณะที่ภาพ Three Studies of Lucian Freud ขายไปด้วยราคา 142.4 ล้านดอลลาร์ ณ สถาบันคริสตีส์ ปัจจุบันยังเป็น 1 ใน 20 ภาพเขียนที่แพงที่สุดในโลก


